21
ทำไมถึงทุกข์ง่ายนัก?
ทำไมถึงทุกข์ง่ายนัก?
By Nusnus
เรื่องของอารมณ์นั้นเป็นปัญหาตลอดกาลของมนุษย์ไม่ว่าจะอดีตจนถึงปัจจุบัน และคงจะเป็นปัญหาต่อไปยังอนาคตอีกไกลแสนไกล
จะความสุข หรือความทุกข์นั้นก็ต่างเป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้จะมองไม่เห็นก็ตาม แต่คนเรานั้นก็คงจะหนีจากความต้องการทางอารมณ์นี้ไม่พ้น ความสุขนั้นหากมีมากไปคงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ความทุกข์เจ้ากรรมนี่สิ ที่คอยแต่จะสร้างปัญหามาให้คนเราอยู่ทุกวี่วัน
หลายคนคงเคยคิดในใจว่า ทำไมต้องมีความทุกข์บนโลก และทำไมวัน ๆ ถึงเจอแต่เรื่องที่ทุกข์ใจ
เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า ทำไมมนุษย์ต้องมีความทุกข์ด้วย การจะบอกเหตุผลที่แน่นอนว่าความทุกข์เกิดจากอะไรนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่อารมณ์ลบล้วนแล้วพัฒนามาเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ต้องการ และควบคู่กับไปกับอารมณ์บวกเมื่อเราได้มาในสิ่งที่ต้องการ ในอดีตนั้นความต้องการของมนุษย์อาจจะไม่ซับซ้อน เช่น การมีอาหารกินในแต่ละมื้อ ก็จะทำให้เกิดความสุข การที่มื้อไหนต้องอดอาหารก็จะเป็นทุกข์ ความทุกข์ทรมานจะคอยสร้างแรงผลักดันให้เราหลีกเลี่ยงความคลาดแคลน และพยายามหาสิ่งที่ตอบสนองกับร่างกายของเรา
แต่มนุษย์เองมีวัฒนาการทางความคิดและความรู้สึกที่ซับซ้อน จนถึงปัจจุบัน มีสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ได้จำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งสิ่งที่จำเป็นต่อการมีชีวิตในแต่ละวัน จนถึงสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างชัดเจน
อารมณ์นั้นซับซ้อนอย่างเห็นได้ชัด อย่างหนึ่งคืออารมณ์นั้นขาดทั้งความแน่นอนว่าสิ่งใดจะนำไปสู่ความทุกข์หรือความสุข หากวันหนึ่งเราได้เจอกับคนหนึ่งเราอาจจะดีใจ แต่หากไปเจอกับคนเดียวกันในอีกวัน เราอาจจะทุกข์ใจอย่างมากก็เป็นไปได้
สมองของเรามีข้อมูลเชื่อมโยงมากมาย และเยอะกว่าที่เราจะรู้ตัวนักว่าเรามีข้อมูลเยอะมากขนาดไหน กลไกของอารมณ์มักจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ จนเราเองก็แทบจะไม่ทันได้คิดว่าตอนนี้เราสุขหรือทุกข์เพราะอะไรกันแน่
และแน่นอน กลไกทางสมองมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังขาดความแม่นยำ
บางครั้งหากเรามีความทุกข์ เราลองมานั่งทบทวนดูว่าเพราะเหตุใด เราถึงทุกข์ในตอนนี้ ในบางครั้งเราหาเหตุผลมาตอบไม่ได้
มนุษย์มีกลไกอัตโนมัติมากมายที่คอยทำงานโดยที่เราไม่ต้องคิดไม่ต้องสั่ง โดยเฉพาะระบบของสมองที่สามารถจะตีความอะไรหลายอย่างได้อย่างรวดเร็ว โดยที่เราไม่ต้องมานั่งคิดเป็นขั้นตอน ความทุกข์เองในบางครั้งก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
หากเราเคยได้รับความทุกข์กับคนคนหนึ่ง หรือสถานที่หนึ่ง เราเองอาจจะไม่ได้ใส่ใจ แต่กลไกอัตโนมัติของเราทำงาน เหมือนกับของที่แพ็คคู่กันไป เมื่อเราเจอสิ่งที่เคยทำให้ทุกข์ เราอาจจะเป็นทุกข์อีกรอบ ตัวอย่างเช่น หากเราต้องไปยังสถานที่ที่เราเคยทะเลาะกับคนรักเก่าของเรา บางครั้งเราก็จะรู้สึกอึดอัดและทุกข์ใจ ทั้ง ๆ ที่สถานที่ไม่ใช่เหตุผลของเรื่องที่เราทะเลาะแม้แต่น้อย
สิ่งหนึ่งที่นำพาเราไปสู่ความทุกข์อย่างเสมอ คือความปลอดภัย และความกลัว กลไกการรับรู้ของคนมักจะตื่นตัว และรับรู้ต่อสิ่งต่าง ๆ ด้านลบได้อย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งอันตราย การที่เราไวต่อสิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับรู้สิ่งที่เราไม่ต้องการ มันจะนำไปสู่ความทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เรามักจะสังเกตได้ไวถ้าหากคนรอบตัวของเราหงุดหงิด เราจะสนใจกับอารมณ์หงุดหงิดเหล่านั้น ดังนั้นการที่เรารับรู้ถึงความหงุดหงิดก็ทำให้เราเกิดความทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่แย่กว่านั้นคือ ความทุกข์มักจะก่อให้เกิดความทุกข์เพิ่มขึ้น ฟังแล้วอาจจะสับสน แต่คนเรามักจะพยายามรับข้อมูลที่ตรงกับความความหวังของเราขณะนั้น เช่น ในช่วงเราที่เราหมดหวัง เราก็จะคิดว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวช่างเลวร้าย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องที่น่าทุกข์ใจ และถ้าเราคิดแบบนั้น เราจะไวกับการรับรู้ถึงความทุกข์ และเรื่องต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ และเราจะมองข้ามสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไปอย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นในช่วงที่เราเครียดว่าเราอาจจะสอบตก เราจะนึกถึงแต่ข้อสอบที่เราทำไม่ได้ หรือรู้ว่าทำผิด และเราจะละเลยว่าวิชาอื่น ๆ เราก็ทำได้ดี หรือในตอนที่เราอกหัก เรามักจะยิ่งนึกถึงแต่เหตุการณ์ที่เราทะเลาะกับแฟนเก่าของเรา จนลืมนึกถึงเหตุการณ์ดี ๆ ที่เคยมีให้กัน พูดง่าย ๆ คือยิ่งเราทุกข์เราก็ยิ่งมักจะหาความทุกข์ใส่ตัว

อีกสิ่งที่ทำให้เราทุกข์คือการที่มีคนรอบตัวทุกข์ การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การที่คนรอบข้างของเราทุกข์จะทำให้เราทุกข์ตาม และถึงแม้จะไม่ใช่คนที่เรารู้จักหรือสนิท แต่หากเราต้องไปอยู่ในสังคมที่คนส่วนใหญ่เครียดหรือทุกข์ มันก็ทำให้เราทุกข์ตามไปด้วย นึกถึงสภาพเราไปอยู่ในงานศพ แม้จะไม่ได้เป็นคนที่เรารู้จัก แต่มันก็มักจะทำให้เราหม่นหมองลงได้
อย่างไรก็ตามที่เล่ามานั้น ไม่ได้ต้องการให้เครียดหรือทุกข์ แต่ต้องการให้เห็นว่าในบางครั้ง เรื่องที่เราทุกข์นั้น มันมาจากสิ่งที่ไม่ได้ใหญ่โต และต้องเก็บมันไว้เลย
แม้เราจะมีแนวโน้มว่าทุกข์ง่าย แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเป็นทุกข์ หรือเราจะต้องทุกข์นาน
สิ่งหนึ่ง อย่างที่ได้พูดไว้คือ บางครั้งเราก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่นอนว่าจริง ๆ แล้วเราทุกข์ทำไม การให้เหตุผลกับตัวเอง และการลองนั่งทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวว่าไม่ได้เลวร้าย ก็ช่วยเราได้ไม่มากก็น้อย ในบางครั้งหากเราปล่อยอารมณ์ไปโดยไม่คิดให้ชัดเจน เราจะไม่รู้เลยว่าเรื่องที่ทำให้เราทุกข์นั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ได้
และคนเรามีกลไกในการฟื้นฟูจิตใจตัวเอง และแน่นอนสิ่งนี้เป็นอัตโนมัติเช่นเดียวกัน ในบางครั้งอาศัยแค่เวลาผ่านไป ความทุกข์ของเราจะคลี่คลายไปเอง โดยที่เราก็ไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำ สิ่งนี้คือกลไกที่พัฒนามาเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์เช่นเดียวกัน ที่เราต่างก็มีทุกคน
ในตอนที่เราเป็นทุกข์นั้น เรามักจะคิดว่าความทุกข์ของเราจะผ่านไปอย่างยากเย็น และคงไม่มีวันจบสิ้น จริงอยู่ที่มันเป็นเรื่องยากที่จะผ่านภาวะนั้นไปได้ แต่หากอาศัยความอดทน และลองหาทางออกดู อะไร ๆ ก็อาจจะไม่เลวร้าย หรือไม่เลวร้ายมากเท่าที่เราคิดไว้แต่แรก
เป็นการคุ้มค่าที่เราจะอดทนเพื่อที่จะอยู่ต่อ เพราะอนาคตของเราไม่ได้มีแต่ความทุกข์รออยู่เท่านั้น สิ่งดี ๆ และความสุข ก็ยังรออยู่เช่นกัน
เหมือนเหรียญสองด้าน แสงและเงา มีสุขก็มีทุกข์ มีทุกข์ก็ย่อมมีสุข.
5
ปรับสิทธิใหม่

เนื่องจากมีสมาชิกหลายท่านได้อีเมล์มาบอกว่าสนใจอยากเขียนบทความลงเว็บไซต์ไซโคล่า แต่ไม่รู้จะสมัครเป็นเว็บครีเอทีฟยังไง
เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการสมัคร ทางเราจึงเปิดสิทธิ์ให้ทุกๆคนสามารถเขียนบทความส่งได้แล้ว โดยคลิกที่ลิงก์ “เขียนบทความส่ง” ทางด้านซ้ายมือของเว็บ แล้วเมื่อคุณส่งบทความมาถึงเราแล้ว เราจะทำการ edit และกลั่นกรองความถูกต้องสักเล็กน้อยก่อนก็นำขึ้นมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่อไป ขอให้สมาชิกทุกคนสนุกกับการเขียนบทความส่งและแบ่งปันความรู้จิตวิทยาให้แก่กันและกันนะจ้ะ
* ไม่จำกัดเทคนิคในการเขียนบทความ ขอให้มีความเกี่ยวเนื่องกับจิตวิทยาก็เพียงพอ
3
อารมณ์ มีอะไรบ้างนะ จัดการกับมันยังไงดี
อารมณ์ มีอะไรบ้างนะ จัดการกับมันยังไงดี
By GAiNCOOL
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอเสนอว่าด้วยเรื่องของอารมณ์ ก่อนจะพูดว่ามันมีอะไรบ้างต้องพูดถึงที่มาของมัน มันก็มาจากความคิดนั่นล่ะครับและความคิดนั่นก็มาจากสิ่งที่มากระตุ้นเช่น สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ หรือเหตุการณ์ต่างๆในขณะนั้น ซึ่งความคิดก็จะเป็นตัวตอบสนอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นด้วยว่า มีการมองสิ่งเหล่านั้นไปในทิศทางใดซึ่งก็จะส่งผลไปถึงการตอบสนองทางความคิด สังเกตเช่น มีผู้ชาย 2 ใช้ชื่อว่า นายเอและบี ก็แล้วกันครับ ดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้านเป็นรายการตลก ซึ่งนายเอหัวเราะชนิดหยุดไม่อยู่ ส่วนนายบีไม่หัวเราะแต่อย่างใด ตัวอย่างดังกล่าวก็เป็นอีกหนึ่งของการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นครับ เกริ่นนำมาพอสมควรแล้วเริ่มเรื่องชนิดของอารมณ์กันเลยครับ.

ตรงนี้ผมเอามาจากหนังสือจิตวิทยาทั่วไปนะครับ Izard ได้เสนออารมณ์ที่เป็นพิ้นฐาน 10 ชนิด ได้แก่ โกรธ ดูถูก ขยะแขยง ไม่มีความสุข กลัว รู้สึกผิด สนใจตื่นเต้น ร่าเริงสนุก ละอายใจ ประหลาดใจ และ izard ได้เสนออีกว่า อารมณ์นั้นก็ผสมกันได้ เช่น วิตกกังวล มาจาก โกรธ กลัว ไม่มีความสุข รู้สึกผิด อายใจ
คำถามต่อมา เราจะจัดการกับอารมณ์อย่างไรดี?
ในความคิดผม จากประสบการณ์ที่ผมเคยให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหา คนที่มีอารมณ์แปรปรวน อะไรต่างๆมา ผมใช้วิธีเปลี่ยนวิธีคิดให้มีระบบมากขึ้น ว่าง่ายๆ คือ จัดระบบครับ ให้มองปัญหาว่า ถ้าเกิดแบบนี้แสดงว่าต้องมีตัวกำเนิดมัน อะไรเป็นผลของมัน และเราควรทำอย่างไร เพราะความคิดนั้นเป็นต้นตอของอารมณ์ จึงควรแก้ไขในส่วนนี้ที่สุด คิดเป็นเหตุเป็นผลตามความเป็นจริง
หวังว่าบทความเล็กๆนี้คงพอให้ความรู้อะไรเล็กๆน้อยๆบ้างนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ .
เว็บบอร์ดถามตอบ
เว็บมีเรื่องอะไรบ้าง
- Blog Jit By Tae' (16)
- Editor's Talk (8)
- Psychology Blog (6)
- Psychology BOOK (8)
- Psychology LIFE (51)
- Psychology LOVE (5)
- Psychology NEWS (12)
- Psychology STUDY (20)
- Psychology TIPS (3)
- Psychology WORK (24)
รับข่าวตอนเว็บอัพเดต
เว็บจิตวิทยา
- Life and Death Studies
- [En]PsyTodayMagazine
- [En]สารานุกรมจิตวิทยา
- [En]ห้องเรียนจิตวิทยาออนไลน์
- [TH] E4Thai เรียนภาษาอังกฤษแบบคนไทยกันเองๆ
- [Th]กระทู้เรียนจิตวิทยาDekD.com
- [Th]บทความสุขภาพ/จิตวิทยา
- [Th]สารานุกรมWiki จิตวิทยา
- [Th]เรียนจิตวิทยาทั่วไปง่ายๆ
- [Th]เว็บจิตวิทยาม.เกษตร
- [Th]โลกจิต
- มูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญา


