Feb
27

ป้องกันอาการซึมเศร้ากำเริบด้วยการบำบัดทางจิตวิทยา

โดย พวงจิตตา
.
จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) ที่มีอาการของโรคกำเริบอีกครั้งจะสามารถมีอาการย้อนกลับขึ้นมาได้อีกในอนาคตถ้าไม่ได้รับการป้องกันรักษา ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้ากำเริบอีกครั้งจะได้รับการแนะนำให้ทานยาต้านเศร้าต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ผู้ป่วยเกือบครึ่งไม่ได้ทานยาต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ[1] อาจเป็นเพราะผลข้างเคียงของยาทำให้ไม่อยากใช้ยา ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการกำเริบได้
.

ในปัจจุบัน  ทีมนักวิจัยทางจิตวิทยาได้ศึกษาพัฒนารูปแบบการบำบัดทางจิตวิทยาเข้ามาช่วยผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้ากำเริบ เพื่อช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้อาการซึมเศร้ากำเริบอีกครั้ง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยนอกเหนือไปจากการใช้ยา รูปแบบการบำบัดทางจิตวิทยานี้เป็นการบำบัดแบบจัดการระบบความคิด (Cognitive Therapy หรือ CT) [2] และการบำบัดแบบจัดการระบบความคิดโดยเน้นให้รู้ตัวเอง (Mindfulness-Based Cognitive Therapy หรือ MBCT) [3, 4] โดยฝึกบำบัดเป็นกลุ่ม
.
หลักของ CT เป็นการเน้นจัดการกับความคิดลบที่มีและเปลี่ยนเนื้อหาความคิดลบนั้นให้เป็นบวก ส่วนหลักของ MBCT นั้นมีการทำสมาธิเข้ามาร่วมด้วยโดยที่ไม่เน้นการเปลี่ยนเนื้อหาความคิดลบ แต่เน้นหลักดังนี้
.
เรียนรู้ที่จะจับความรู้สึกทางร่างกาย, ความคิด และอารมณ์ ที่เกี่ยวข้องกับอาการซึมเศร้า เพราะ อาการซึมเศร้ากำเริบนั้นเป็นผลมาจากรูปแบบความคิดทางลบอัตโนมัติ เช่น คิดวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง, คิดลดค่าตัวเอง, คิดสิ้นหวัง
.
เมื่อจับความคิดทางลบอัตโนมัติได้ ก็พยายามออกห่างจากความคิดลบนั้น โดยทำความเข้าใจว่าความคิดทางลบนั้นเป็นเพียงแค่ชั่วขณะของอารมณ์ และความคิดลบนั้นไม่จำเป็นต้องสะท้อนความจริงเสมอไป (“ความคิดไม่ใช่ความจริง” หรือ “ตัวฉันไม่ใช่ความคิดของฉัน”) พยายามมองออกไปรอบๆถึงความจริงแทนที่จะโทษสิ่งไม่ดีเข้าหาตัวเอง
.
จากการวิจัยพบว่า  การบำบัดทั้งแบบ CT และ MBCT ให้ผลป้องกันอาการซึมเศร้ากำเริบได้ไม่แพ้กับการใช้ยาเลย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยต้องรู้จักฝึกและช่วยเหลือตัวเองด้วยแทนที่จะหวังพึ่งยาอย่างเดียว
.
[1] Doesschate, M.C., ten, Bockting, C.L. & Schene, A.H. (2009) Adherence to continuation and maintenance antidepressant use in recurrent depression.
Journal of Affective Disorders, 115. 167–170.
[2] Bockting, C.L., Schene A.H., Spinhoven, P., et al. (2005). Preventing relapse/recurrence in recurrent depression with cognitive therapy: a randomized controlled trial. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 73 (4), 647–657.
[3] Teasdale, J.D., Segal, Z.V., Williams, J.M.G., et al. (2000). Prevention of relapse/recurrence in major depression by mindfulness-based cognitive therapy. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 68, 615–623.
[4] Kuyken, K., Byford, S., Taylor, R.S., et al. (2008). Mindfulness-Based Cognitive Therapy to Prevent Relapse in Recurrent Depression. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 76 (6), 966–978.

1 Comment to “ป้องกันอาการซึมเศร้ากำเริบด้วยการบำบัดทางจิตวิทยา”

  • ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

Leave a comment