Jan
31

กลับไม่ทันแล้ว

By admin  //  Psychology LIFE  //  2 Comments

กลับไม่ทันแล้ว

By NusNus

stepback1.jpg

      ในช่วงที่ผู้เขียนกำลังจะแต่งบทความนี้สถานการณ์ทางการเมืองก็ไม่สู้ดีเสียเท่าไหร่ มีการแบ่งฝ่าย มีการก่อชุมนุมของกลุ่มต่างๆ มากมายเป็นเวลานาน เลยอยากลองแต่งบทความที่จะช่วยสนับสนุนความสามัคคีของคนในชาติบ้านเมืองบ้าง ซึ่งหวังว่าอาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยในตอนนี้ หรือกับเหตุการณ์ขัดแย้งอื่น ๆ ในอนาคต

      ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่าบทความนี้ไม่ได้สนับสนุนหรือเข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น และไม่ได้กล่าวถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยากเจาะจง

      ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ทุกสังคมไม่มีสังคมใดที่ไม่มีความขัดแย้ง หากใครเกิดมาไม่เคยทะเลาะกับใครเลยคงจะเป็นเรื่องแปลกเกินไป คนทุกคนล้วนต้องเคยมีความคิดเห็นที่ต่างจากคนอื่น เพราะมันก็เป็นเรื่องปกติอีกเหมือนกันที่ความคิดเห็นของแต่ละคนจะต่างกัน

      ความขัดแย้งนั้นจะยืดเยื้อหรือจะจบง่าย ๆ ก็คงขึ้นอยู่กับเรื่องที่ขัดแย้ง หากแค่แบ่งขนมกันไม่ลงตัว หรือตัดสินใจไม่ได้ว่าจะดูหนังเรื่องไหน แค่นี้คงจะจบภายในครึ่งวันหรือมากกว่านั้นไม่มาก แต่หากเป็นเรื่องใหญ่ เช่น ความขัดแย้งทางธุรกิจหลายล้าน หรือการเมือง ประเด็นเหล่านี้ขัดแย้งกันได้เป็นปีหรือตลอดชีวิตก็อาจจะไม่จบ

      ปัญหาเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนั้นอย่างหนึ่งคือเรื่องของภาวะที่เรียกว่า การติดกับ

      การติดกับที่ว่าไม่ได้หมายถึงการหลอกล่ออะไรแต่อย่างใด กับดักที่กล่าวถึงคือกับดักทางความคิดของตัวเอง เหมือนกับความคิดของตนติดกับอะไรสักอย่างจนไม่สามารถออกจากความคิดนั้นได้

      ก่อนอื่นขออธิบายถึงภาวะติดกับก่อน ภาวะติดกับนั้นจริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งโดยตรง แต่เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราลงทุนลงแรงไปแล้ว และหากมีเหตุการณ์ที่เป็นทางเลือกให้เราเปลี่ยนใจยกเลิกสิ่งที่จะทำไปได้ เราก็มักจะไม่ยกเลิก และจะเดินหน้าทำสิ่งนั้นจนจบ แม้รู้ทั้งรู้ว่าผลที่ได้อาจจะไม่คุ้มค่ากับทุนหรือแรงที่เสียไปทั้งหมด

      ยกตัวอย่างเช่น หากเราไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยยังไม่รู้ถนนหนทางของที่นั่นดีนัก เราศึกษาเส้นทางไปยังพิพิธภัณฑ์ของเมือง และพบว่าต้องเดินเท้าไปทางถนนเส้นหนึ่งด้วยระยะทางสามกิโลเมตร แต่เมื่อเราออกเดินทางไปได้แล้วหนึ่งกิโลเมตรเราพบกับชาวบ้านที่บอกเราว่า จริง ๆ แล้วแถว ๆ โรงแรมมีบริการรถรับส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ฟรี และไปยังเส้นทางลัดที่เราไม่รู้ซึ่งระยะทางเพียงหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น คนทั่วไป เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง ๆ จะตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

      หากคำนวณแล้วแม้เราจะเดินกลับโรงแรม และนั่งรถ เราจะใช้เวลาน้อยกว่า แต่ปัญหาอยู่ที่เราลงแรงแล้ว คือเดินมาแล้วถึงหนึ่งกิโลเมตร และถ้าเราอยากจะขึ้นรถ เราก็ต้องเดินกลับไปอีกหนึ่งกิโลเมตร และที่สำคัญกว่านั้นมันเหมือนกับว่าเราโง่เลือกทางผิดมาทางลำบาก คนทั่วไปมักจะตัดสินใจเดินต่อไปจนถึง แทนที่จะเดินกลับมา และยิ่งหากเราเดินไปยิ่งไกลจากเดิม โอกาสที่เราจะเดินกลับก็ยิ่งน้อย เพราะเราก็เหมือนยิ่งลงทุนลงแรงจนไม่อยากจะทิ้งให้มันเสียเปล่าแล้ว

      สถานการณ์ที่เราต้องเลือกในสิ่งใหม่ แต่การกระทำของเราจะทำให้สิ่งที่เราทำมาแล้วสูญเปล่านั้น จะทำให้เกิด ภาวะติดกับ

      ภาวะติดกับเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอย่างระยะยาวอย่างมาก เพราะเมื่อมีความขัดแย้งก็จะเริ่มมีการลงทุนที่จะขัดแย้งกับฝ่ายตรงข้าม พอเริ่มตั้งฝ่ายหาทางเข้าข้างฝ่ายตนเอง โจมตีฝ่ายตรงข้าม พอคิดจะถอนตัวจากความขัดแย้งก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น หากนักวิทยาศาสตร์ A ทะเลาะกับ B เรื่องทฤษฎีที่คลุมเครือบางอย่าง ตอนแรกกขัดแย้งกันเล็กน้อย แต่พอนานเข้าความขัดแย้งเริ่มมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างหาข้อมูล ลงทุนซื้อเครื่องมือมายืนยันความถูกต้องของตนเอง เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า การจะแก้ความขัดแย้งนี้จะยิ่งลำบากขึ้นอย่างมาก เพราะเหมือนแต่ละฝ่ายก็ลงแรงในการยืนยันตัวเอง โจมตีฝ่ายตรงข้าม แม้ถ้าวันหนึ่ง A เกิดคิดว่าสิ่งที่ตนคิดมีแนวโน้มว่าจะผิด และอยากจะคล้อยตาม B ก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว เพราะถ้าทำแบบนั้นจะเหมือนสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดเสียเปล่า นอกจากนั้นตัวเองยังต้องเป็นผู้ผิดอีกด้วย A จึงไม่มีทางเลือกอื่นที่จะเลือกพิสูจน์ว่าตนเองถูกต่อไป และสถานการณ์ยิ่งนานขึ้น A ก็ยิ่งไม่สามารถถอนตัวได้ เพราะตัวเองก็ยิ่งไม่อาจจะยอมเสียแรง เสียเวลาในการยืนยันความถูกต้องของตัวเองที่มากขึ้นกว่าเดิมได้

      ภาวะติดกับจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับสถานการณ์ที่ผลไม่แน่นอน ถ้าเราทำต่อเราอาจจะได้ผลที่ต้องการ หรืออาจจะไม่ได้ก็ได้ ถ้าเราทำต่อแล้วผลที่ออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการก็เท่ากับเรายิ่งจะเสียสิ่งที่ลงทุนลงแรงไปมากขึ้น แต่ถ้าเราเลิก สิ่งที่เราทำมาก็จะสูญเปล่าหมด การติดกับเมื่อเกิดขึ้นแล้วจึงยากจะตัดสินใจ

      ยกตัวอย่างจากในสถานการณ์การเมืองที่มีคนแบ่งออกเป็นกลุ่มขัดแย้งอย่างชัดเจน และที่สำคัญเกี่ยวข้องกับคนหลายคน บางครั้งความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนาน เหมือนกับไม่มีฝ่ายไหนยอมกันเสียที การติดกับก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง จากการที่ผู้นำของแต่ละฝ่ายไม่อาจจะยอม หรือเลิกขัดแย้งกับอีกฝ่าย เพราะถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด และที่พยามลงทุนลงแรงต่อต้านอีกฝ่ายมาตลอดก็เหมือนกับเสียเปล่าด้วย

      การแก้ปัญหาหากเราตกอยู่ในภาวะติดกับวิธีหนึ่งคือการตัดสินใจให้เด็ดขาดถ้าหากจะล้มเลิกสิ่งที่จะทำ เพราะถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปยิ่งนาน ผลที่ตามมาคือเราจะยิ่งเสียแรง หรือทุนที่มากขึ้น และยิ่งเราเสียแรงและทุนที่มากขึ้น เราก็จะยิ่งไม่สามารถล้มเลิกสิ่งที่ทำได้

      แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสิ่งที่เสียแรง และทุนเป็นระดับของกลุ่มคนจำนวนมาก หรือเงินหลายล้าน การจะยกเลิกไปก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ ก็เหมือนกับการกลับลำไม่ทันแล้วนั่นเอง จึงอย่าแปลกใจที่เหตุขัดแย้งของกลุ่มคนในสังคมเรื่องการเมืองจึงไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายได้เสียที เพราะเหมือนต่างฝ่ายต่างก็ “กลับไม่ทัน” อีกต่อไปแล้ว

      แม้ว่าจะชี้ให้เห็นถึงความลำบากในการแก้ไขความขัดแย้งระยะยาว แต่สิ่งที่อยากให้เห็นคือเราอาจจะถูกกลไกทางจิตบางอย่างส่งผลต่อความคิด จากที่เคยได้กล่าวไว้แล้วในบทความอื่นว่าเหตุผลที่ได้จากความคิดของคนนั้นไม่เที่ยงตรงถูกต้องเสียทีเดียว เพราะเรามีกลไกที่ทำให้ตัดสินใจผิดจากความเป็นจริงได้เช่นกัน ปัญหาที่แท้จริงของความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่จบไม่สิ้นอาจเป็นเพราะต่างฝ่ายอาจจะถูกภาวะติดกับทำให้ไม่สามารถถอนตัวก็เป็นได้ และหากต่างฝ่ายต่างเข้าใจว่าเกิดจากภาวะนี้จริง การรู้ตัวและถอนตัวออกก่อนที่จะเสียอะไรไปมากกว่านี้อาจจะเป็นไปได้มากขึ้น

      โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้ว คิดว่าข้อคิดเห็นที่ขัดแย้ง กับอารมณ์นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก ตรงที่เจ้าของของมันจะคิดว่าตนเองชัดเจนในสิ่งนั้นและถูกต้องเสมอ คนทุกคนเชื่อว่า อารมณ์ของตนเองถูกต้อง สุขจริง โกรธจริง เศร้าจริง เหมือนกับที่คิดว่าข้อคิดเห็นของตนน่าจะถูกต้องเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างมีความคลาดเคลื่อน อารมณ์ก็มีกลไกทางจิตที่ยังไม่แน่นอนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้อคิดเห็นก็อาจจะมีจุดโหว่ โดยสองสิ่งนี้เรามักจะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของมัน

      หากมองให้ชัดเจนขึ้น เชื่อว่านอกจากจะเข้าใจตนเองแล้ว ยังจะเข้าใจอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย.

2 Comments to “กลับไม่ทันแล้ว”

  • ภาษาอังกฤษของภาวะติดกับคืออะไรเหรอคะ

    Being trapped ?

  • Entrapment ครับ

Leave a comment

เว็บมีเรื่องอะไรบ้าง