by NusNus
ฉลาดนั้นสำคัญไฉน

ตอนนี้มีสินค้าอะไรต่อมิอะไรให้ซื้อเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ สินค้าที่สร้างความบันเทิงความสนุกสนาน ไปจนถึงสินค้าที่ซื้อความฉลาด อย่างตอนดูทีวีหรือขึ้นรถไฟฟ้าก็จะเห็นคุณหนูดีที่เป็นพรีเซนเตอร์สินค้ายี่ห้อหนึ่งโดยมีคอนเซปส่งเสริมความสามารถทางสมองโดยการฝึกฝน และการดูแล (เช่นการกินผลิตภัณฑ์ที่ว่า) โดยสินค้าที่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ช่างเหอะเพราะนี่คือคอลัมน์จิตวิทยาไม่ใช่เภสัช หรือการตลาด

“ความฉลาด” เกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างแน่นอน เพราะความฉลาดก็มีผลต่อพฤติกรรม (ความคิด หรือการกระทำ) ของบุคคล ส่วนเรื่องที่ว่าฉลาดคืออะไรนั้นก็มีทฤษฎีที่อธิบายไว้หลากหลายมากมาย แต่เอาเป็นว่าฉลาดก็คือคิดหรือทำอะไรได้เก่ง หรือคำว่าฉลาดที่ทุก ๆ คนเข้าใจก็แล้วกัน

ค่านิยมว่าคนควรจะฉลาดนั้นคงมีมานานแล้ว เพราะผู้เขียนคอลัมน์เองตั้งแต่เกิดมาก็ถูกครอบครัวส่งเสริมให้ลูก ๆ ฉลาดอย่างยิ่งยวด และคิดว่าคุณปู่ ย่า ตา ยาย ก็น่าจะส่งเสริมให้ลูก ๆ ตัวเองฉลาดเช่นกัน (ไม่เคยได้ยินว่าใคร ๆ อยากให้ลูกตัวเองโง่)

ความฉลาดมีความสำคัญจริง ในแง่ของความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต สัตว์ที่ฉลาดก็น่าจะรู้วิธีหาอาหาร ล่าเหยื่อ หรือหลบหลีกอันตรายได้ดีกว่า ความฉลาดจึงเป็นคุณลักษณะที่เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์รู้สึกได้ว่ามีประโยชน์จริง ๆ นั่นแหละ

แต่ควรจะฉลาดขนาดไหนนั้น ถ้าเป็นสัตว์จะเห็นภาพชัดคือ ถ้าตัวไหนไม่ฉลาดพอที่จะหาอาหาร หรือหนีศัตรูก็มักจะไม่ค่อยมีชีวิตรอด แต่มนุษย์นั้นต่างกัน
คนเราเป็นสัตว์สังคมที่ค่อนข้างเหนียวแน่น เราอยู่อย่างไม่มีผู้ล่า และอาหารเราก็อุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ป้าแจ่มหน้าปากซอย จนถึงร้านในพารากอน ความฉลาดที่จำเป็นที่คนเราจะมีชีวิตรอดน่าจะไม่ต้องมีมากขนาดนั้น แค่พอที่จะสื่อสารได้ ทำงานได้ หาเงินปัจจัยสี่ได้ก็อยู่รอดแล้ว พูดได้อย่างจริงจังว่าถ้าแค่เพื่อมีชีวิตรอด เราไม่ต้องฉลาดมาก เราก็อยู่ได้

แต่ปัญหาคือคนในสังคมชอบการเปรียบเทียบ ใคร ๆ ก็ไม่อยากน้อยหน้าใคร จะบอกว่า แกโง่กว่าฉัน มันก็ไม่น่าจะมีใครพอใจหรอก ใคร ๆ ก็อยากจะฉลาดมาก ๆ ทั้งนั้น ดูตัวอย่างจากค่าความฉลาดที่ใช้อย่างแพร่หลาย IQ (intelligence quotient) ก็คือค่าที่บอกว่าเราฉลาดกว่าคนทั่วไปขนาดไหน ถ้าจะให้พูดตรง ๆ คือถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหาว่าจะโง่หรือฉลาด เพราะยังไงก็คงไม่ฉลาดหรือโง่ไปกว่าใคร เราไม่ได้กลัวที่จะฉลาดน้อย แต่กลัวที่จะฉลาดน้อยกว่าคนอื่น

เมื่อสามสี่เดือนก่อนได้ฟังสัมมนาวิชาการเรื่อง “ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับจิตวิทยา” โดยหัวข้อส่วนหนึ่งคือ “อัจฉริยะควรสร้างเพียงไร” ซึ่ง ผ.ศ. พรรณระพี สุทธิวรรณ ได้มาถกกันว่า แม่ ๆ ทุกคนก็อยากให้ลูกๆของตนฉลาด และความฉลาดนั้นจำเป็นจริง ๆ หรือ? ซึ่ง ผ.ศ. พรรณระพี ก็ตอบได้อย่างน่าฟังว่า ที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกฉลาด ก็เพราะว่าอยากให้ลูกเรียนเก่ง ๆ มีงานดี ๆ มีเงินดี ๆ ที่สุดแล้วก็เพื่อให้ลูกของตน “มีความสุข” นั่นเอง และที่ผ.ศ. พรรณระพี สรุปไว้อย่างพอใจผู้เขียนคอลัมน์คือ ความจริงก็ไม่ต้องทำให้ลูกฉลาดขนาดเป็นอัจฉริยะ แค่ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุข น่าจะดีกว่า ถ้าลูกต้องทนตรากตรำเรียนแล้วไม่มีความสุขแล้ว จะอัจฉริยะไปทำไม
ดังนั้นก็ลอกบทสรุปมาเลยแล้วกันว่า ฉลาดเท่าที่ทำให้มีความสุขแล้วกัน

แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่ฉลาดจนอัจฉริยะจะไม่มีความจำเป็น หรือจะฉลาดมากๆไปทำไม เพราะมีวิทยาการเทคโนโลยีมากมายที่ทำให้โลกพัฒนา คิดค้นมาจากบุคคลอัจฉริยะเช่น ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษซึ่งคิดโดยไอน์สไตน์ หรือหลาย ๆ คนที่พูดได้เต็มปากว่าคนธรรมดา ๆ ไม่น่าคิดอะไรแบบนี้ได้
และก็ไม่ได้แปลว่าจะส่งเสริมให้คนไม่ฉลาด แต่ควรจะพยายามเท่าที่ความสามารถของตนเองจะทำได้และกัน จะให้บวกเลขไม่เอา คูณเลขไม่ไหว หารทศนิยมก็ฆ่ากันดีกว่า ก็เกินไป

อย่าอยากฉลาดแค่ว่าต้องการฉลาดมากกว่าคนอื่นหรือฉลาดไปอวดใคร แต่ควรอยากจะฉลาดเพื่อที่จะใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์
ฉลาดพอที่จะคิดค้นสูตรยาที่กินแล้วฉลาด ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฉลาดเท่ากันหมดก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องมาคิดว่าใครจะฉลาดกว่าใครอีกต่อไป
ลดหัวข้ออวดลูกตัวเองของพ่อ ๆ แม่ ๆ กับชาวบ้านได้อีกด้วย
ปริ้นต์ไปให้พ่อแม่ดูสิจ้ะ
Tags: การเรียน, ความจำ, คำถาม, คิด, จิตวิทยา, ฉลาด, ทีวี, พ่อแม่ลูก, สงสัย
March 12th, 2008 at 10:03 pm
อืมๆ เราเห็นด้วยค่ัะ ที่พ่อแม่อยากให้ฉลาดก็คือ อยากให้ลูกของตนได้สุข สบาย ไม่้ลำบาก
ใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์ แต่บางคนใช้ความฉลาดไม่ถูก ใช้ในทางที่ไม่ดี โอ้อวด
ว่าตนนั้นฉลาดกว่าผู้อื่น ความจริงแล้ว มันไม่จริงหลอก
คนเรามีความสามารถไม่เท่ากันก็แค่นั้นเอง
March 18th, 2008 at 11:41 am
ที่ Aommi บอกว่า คนเรามีความสามารถไม่เท่ากัน
ถูกต้องเลยครับ คนเราเก่งคนละด้าน เราก็ควรชื่นชมกับด้านดีๆของเค้า
เช่น บางคนเรียนไม่้เก่งเลย แต่มี EQ สูงมาก
ซึ่งบางครั้ง เขาก็อาจถูกทางโรงเรียนต่อว่าเรื่องคะแนนบ้าง
แต่ความจริง เขามีทักษะในอีกด้านที่สูงอยู่แล้ว … ผมเห็นเยอะครับ เพื่อนๆแนวนี้อะ
April 26th, 2008 at 3:04 pm
บางคนเรียนไม่เอาไหน แต่กีฬา ดนตรี งานฝีมือเก่งเป็นเลิศ พวกนี้ก็น่าจะถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะด้วยเหมือนกัน เพระคนเรียนเก่งบางคนทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง
April 26th, 2008 at 11:40 pm
คนบางคนไม่เก่งในทุกๆด้าน แต่หน้าตาดี …..เกี่ยวกันป่าว แหะๆ
May 13th, 2008 at 10:55 pm
ถ้าไม่เก่งด้านใดเลย ถ้าเป็นแค่คนธรรมดา จะอยู่อย่างไร
June 18th, 2008 at 10:09 pm
ผมก็อยาก ฉลาดแค่ว่า เก่งกว่าคนอื่น แต่ พอเจอคนที่ เก่งกว่า
ก็นั่งเครียด ไม่เปงอันกินเหมือน กัน
ฉลาด แบบ พอดีๆ ก็ดีนะครับ ผมว่า
September 15th, 2008 at 8:33 pm
เห็นด้วยอย่างแรงฉลาดแล้ว ต้องมีประโยชน์
October 13th, 2008 at 2:45 am
เพื่อนผมเรียนเก่งโคตรๆ แต่่ผมมองไม่ออกเลยว่ามันฉลาดอ่ะ ครับ
(รึผมบ้าไปแล้ว??)บ้างคนก้อเด่อๆด๋าๆ มากเลยนะครับ ผมจะคุยด้วย
เนี้ยแบบว่าคนล่ะภาษา มองไม่ออกจริงๆว่าจะฉลาด 5555
November 16th, 2008 at 8:23 pm
–.– เห็นด้วยถ้าอยู่อย่างมีความสุขก็พอแล้ว –.–