Jan
31

คล้าย ๆ ว่าใช่

By admin  //  Psychology LIFE  //  1 Comment

คล้าย ๆ ว่าใช่

By NusNus

      “กับสิ่งที่ดูเหมือนเคยเข้าใจ ก็กลับ มางง ง่ายดายเสมอ อะไรที่เห็น แต่เหมือนไม่เจอ ไม่รู้ความจริงอยู่ดี”

                        เพลง คล้าย ๆ ว่าใช่ โดย แอม เสาวลักษณ์ – อุ๊ หฤทัย
      วันนี้เปิดมาด้วยเพลงเก่า เพราะเนื้อหาค่อนข้างตรงใจ คนเรานั้นมีหลายสิ่งที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ พอมารู้ความจริงก็พบว่าไม่ใช่ที่ตัวเองคิดไว้เลยแม้แต่น้อย

ภาพประกอบบทความ คล้าย ๆ ว่าใช่ psychola.com

      สมัยเรียนอยู่จิตวิทยา อาจารณ์จิตวิทยาสังคมแนะนำให้ดูหนังเรื่องหนึ่งคือเรื่อง Hillary and Jackie เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องนักดนตรี ซึ่งเติบโตมาด้วยกัน มีความสุข ความทุกข์ เรื่องอิจฉา ริษยา ความขัดแย้งต่าง ๆ เช่นหนังแนว Drama ทั่วไป แต่หนังเรื่องนี้แปลกตรงที่แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็นสองส่วน โดยในครึ่งแรกของหนังเป็นเรื่องราวของคนพี่สาวคือ Hillary ว่าต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ ที่น้องสาวทำไว้กับตนอย่างไร และแสดงความเห็นแก่ตัวของน้องสาวหลายอย่าง จนคนดูต้องไม่ชอบน้องสาวเอาแน่ ๆ และคิดว่านี่แหละเป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่พอครึ่งหลังของหนังเรื่องนี้ แทนที่จะดำเนินช่วงเหตุการณ์ต่อจากครึ่งแรกในทันที หนังกลับนำฉากที่ขาดหายไปของครึ่งแรก เป็นส่วนชีวิตของน้องสาวคือ Jackie ว่าทำไมเธอถึงทำสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ดีออกไป หากได้ดูในส่วนนี้แล้วความเกลียดชังในตัว Jackie จะหายไปทันที ความรู้สึกที่มีจะแตกต่างกับหนังในครึ่งแรกโดยสิ้นเชิง

      หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจคือการนำเสนอมุมมองของคนได้ดี ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น เป็นปกติที่จะตีค่าว่าอะไรดีหรือไม่ดี โดยการเก็บประสบการณ์ของเราที่มีต่อสิ่งนั้น แล้วเอามารวบรวมประเมินว่าสิ่งนั้นหรือคนนั้นดีหรือไม่ดี ถ้าเราเจอเพื่อนเรามีรูปสุนัขในมือถือเต็มไปหมดเราก็มองว่าคนนี้รักสัตว์ ถ้าไปเจอคนหกล้ม ก็มองว่าคนนั้นซุ่มซ่าม เราประเมินคนอยู่ในใจตลอดเวลา

      แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราไม่ได้อยู่กับคนหรือสิ่งอื่น ๆ ตลอดเวลา เพื่อนเราเราอยู่เฉพาะเจอที่โรงเรียน บางคนเราก็พบเจอในบางโอกาส หรือยิ่งบางคนเราแค่เดินผ่านเจอเขาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ข้อมูลบางอย่างที่เราได้รับมาถูกต้อง แต่มีข้อมูลอีกมากมายของคนหรือสิ่งที่เราประเมินอีกหลายอย่าง อาจจะมากกว่าเป็นสิบเท่าโดยที่เราไม่รู้เลย

      ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราคบเพื่อนอยู่คนหนึ่ง และเรียกเขาว่า อ้วน เป็นฉายามาตลอดเวลา โดยที่เราก็ไม่รู้สึกว่าสิ่งนั้นเขาจะโกรธหรือสนใจอะไร เพราะก็เรียกจนชิน และทุกทีเขาก็เป็นมิตรกับเราดี เราก็เรียกเขาว่าอ้วนโดยไม่คิดอะไรมาเป็นปี แต่พอมีอยู่วันหนึ่ง เราเจอเขาแอบนั่งร้องไห้และบอกว่าน้อยใจที่ใคร ๆ ก็เอาแต่เรียกเขาว่าอ้วน ตอนที่เขายิ้มให้เราในตอนปกตินั้น อาจจะเป็นส่วนน้อย แต่เพื่อนคนนี้ความจริงน้อยใจ และเก็บไปร้องไห้คนเดียวเสมอ ๆ

      สิ่งที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ไม่ชอบเลยคือคำว่า กำกวม คือไม่รู้ว่าที่จริงแล้วสิ่งนั้นจะเป็นไปทางไหน จะไปในแบบนี้ก็ได้ หรือจะไปในแบบนี้ก็ได้ เช่น ข้อสอบที่เรามั่นใจว่าถูกมีครึ่งเดียวพอดี  อาจจะสอบได้หรือสอบตกก็ได้ ของที่พึ่งหมดอายุวันนี้ก็ไม่รู้ว่าวันนี้ยังกินได้อยู่หรือเปล่า หรือเหตุการณ์ผ่าตัดที่มีผลคาดหวังเพียงครึ่งเดียว แม้อาจจะดีกว่ารู้ข่าวร้ายตรงที่ว่าเรารู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลดี แต่ความอึดอัดที่เกิดจากความกำกวมนั้นมีเยอะทีเดียว

      สมองเองก็เช่นกัน สมองนั้นไม่ชอบความกำกวมของข้อมูลที่ได้มาเสียเท่าไหร่ ถ้ามีช่วงโหว่หรือสิ่งที่ไม่รู้ สมองก็จะพยายามอุดช่องนั้น ส่วนของที่ใช้อุดก็คือสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว ลักษณะการทำงานของสมองคล้าย ๆ หลักการแบบนี้
 

reccir.JPG

 
 
      เห็นรูปสี่เหลี่ยมกับวงกลมหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่รูปที่เหมือนวงกลมนั้นก็ไม่ใช่วงกลมแต่หายไปถึงหนึ่งส่วนสี่ ส่วนรูปสี่เหลี่ยมก็ไม่มีในภาพเสียด้วยซ้ำ เป็นแค่รอยแหว่งของวงกลม แต่พอเรามองภาพนี้สมองจะเห็นสิ่งที่ขาดหายไปในภาพทันที สมองเราจะดึงความรู้เกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิตเดิมคือ วงกลม กับ สี่เหลี่ยม และสมองจะปะติดปะต่อส่วนประกอบต่างๆ ของภาพให้กลายเป็นรูปที่เราคุ้นเคยในทันที      เช่นเดียวกับการเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ถ้าเราเคยมองเห็นคนหนึ่งทำความดีเพียงครั้งเดียว พอเราคิดถึงสถานการณ์อื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไร สมองเราก็จะนำส่วนเดิมที่เคยรู้นำมาต่อให้เต็ม และมองว่าคนนั้นน่าจะเป็นคนดี

      การทำงานของสมองนั้นทำงานในลักษณะที่เราไม่รู้ตัว คือการตัดสินใจของสมองเกิดขึ้นตลอดเวลา และบ่อยครั้งจนเราเองก็มานั่งจับผิดไม่ทันเหมือนกัน เราเองจึงมักเชื่อว่าเราน่าจะประเมินสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผล

      อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเมินผิดพลาด จากการที่ได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ แต่แน่นอนในอีกหลายสิ่งที่เราได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนจริง ๆ ก็มี และอีกหลายอย่างที่เราขาดข้อมูลเพียงเล็กน้อย และสมองสามารถปะต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้เราก็มีเหมือนกัน

      หากเรายังมองสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ก็ยังเชื่อใจการตัดสินใจของตัวเราเองได้เสมอ

1 Comment to “คล้าย ๆ ว่าใช่”

  • แม้สมองจะบอกสิ่งที่เป็นเหตุผลเสมอ แต่ก็รู้สึกว่าความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลเสมอ
    หรือเราเป็นคนที่แย่ใช้ความรู้สึก ตัดสินคนอื่น

Leave a comment

เว็บมีเรื่องอะไรบ้าง