31
ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
By naiseven
ธรรมชาติมักจะมีบทเรียนต่างๆมากมายไว้คอยสอนมนุษย์ เพียงแต่บทเรียนเหล่านั้นมาในรูปที่มนุษย์จะต้องนำไปเปรียบเทียบประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชีวิต และเมื่อมนุษย์รู้จักนำไปเปรียบเทียบใช้แล้ว ก็จะทำให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ดังเช่นธรรมชาติ นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น บทเรียนของก้อนหิน
เราเคยเห็นก้อนหินก้อนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมในสภาวะต่างๆ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมเหล่านั้นจะเลวร้ายแค่ไหน ก้อนหินก้อนนั้นก็ยังคงดูสงบนิ่ง แข็งแกร่ง และตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม ไม่ใช่ว่าก้อนหินก้อนนั้นจะไม่ได้รับความเสียหายจากสภาวะแวดล้อมที่ทำลายไป เพราะในความเป็นจริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความสึกหรอไปตามกาลเวลา เพียงแค่มันดูสงบนิ่งจนทำให้เราไม่เห็นความเสียหายเท่านั้นเอง
ชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรารู้จักที่สงบนิ่ง แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะความสงบนิ่งนั้นจะช่วยให้เรามีเวลาคิด และแก้ปัญหานั้นๆนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ในการทำงานหลายๆครั้งย่อมมีปัญหา อาทิ ผู้บริหารอาจจะมีปัญหาในการควบคุมบุคคลากร ถ้าผู้บริหารจะปกครองด้วยอำนาจที่มีอยู่ เช่นการเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาดุด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เป็นต้น ความเคารพที่เกิดจากจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะไม่เกิด แต่ถ้าผู้บริหารเรียกเข้ามาด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ถามถึงสาเหตุของเหตุการณ์นั้นๆด้วยน้ำเสียงที่เรียบ ก็จะทำให้ความเคารพยำเกรงเกิดขึ้น เพราะมนุษย์มีความกลัวซ่อนอยู่ลึกๆภายใต้จิตใจ ไม่ชอบความเงียบ และสภาวะกดดัน นั่นเอง
หรืออีกตัวอย่างที่ชัดเจน เราทุกคนล้วนย่อมผ่านวัยที่ต้องศึกษาเล่าเรียน เรามักจะเครารพเกรงกลัวอาจารย์ผู้สอนที่ดูสงบนิ่ง สุขุม ซึ่งเชื่อว่าในวัยเด็กของทุกคนจะเป็นเช่นนี้ เพราะ คนที่นิ่งและสุขุมนั้นก็เป็นเช่นเดียวกับหินผา ที่ดูไกลๆแล้วตั้งตระหง่านและแข็งแกร่งนั้นเอง
ในทางจิตวิทยาแล้ว ความสงบนิ่งมีผลต่อสภาวะการรับรู้และตัดสินใจของบุคคล เพราะจะช่วยควบคุมด้านจิตใจ ระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกตินั่นเอง
แต่บางครั้งใช้ความนิ่งที่ผิดจังหวะก็ให้เกิดผลเสีย เช่น ถ้าครอบครัวหนึ่งคาดหวังในการเอ็นทรานซ์ของบุตรของตน แต่เมื่อถึงเวลาบุตรของตนเองไม่สามารถเอ็นทรานซ์ได้ตามที่ปรารถนาไว้ ถ้าคนในครอบครัวนิ่งเงียบก็จะทำให้บุตรเสียใจเปรียบเสมือนเป็นการซ้ำเติมความพยายามของบุตรและอาจจะเกิดสิ่งต่างๆ ตามมาดังที่เป็นข่าวทั่วไป
โดยสรุปแล้วควรใช้ความนิ่งให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อการดำรงชีวิตของบุคคลนั้นๆ จะได้ดูแข็งแกร่ง และตระหง่านดังหินผาที่ตั้งอยู่ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายเพียงใดก็ตาม.
6 Comments to “ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว”
Leave a comment
เว็บมีเรื่องอะไรบ้าง
- Blog Jit By Tae' (13)
- Editor's Talk (8)
- Psychology BOOK (6)
- Psychology LIFE (30)
- Psychology LOVE (2)
- Psychology NEWS (9)
- Psychology STUDY (16)
- Psychology TIPS (3)
- Psychology WORK (20)







ถ้าหากจะให้สรุปคือ….
ความสงบจะนำมาซึ่งความยำเกรงของคนรอบข้างใช่มั๊ยคะ
และสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิสั้นเนี่ย
จะมีปัญหากับการปฏิบัติตนให้สงบๆมากน้อยเเค่ไหนหรือคะ?
หรือเขาเหล่านี้ การสงบนิ่งจะถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากหรือเปล่าคะ?
และการจะใช้ความสงบนิ่งสำหรับผู้ที่สมาธิสั้นและผู้ที่มีอายุมากกว่า
จะเป็นการสงบนีิ่งที่ควรใช้มั๊ย เเละเพราะเหตุใดหรือคะ?
สำนึกดี พยายามสงบนิ่ง
กระวนกระวาย ไม่ตายแน่…แค่จิ๊บๆ
วิธีนี้ใช้ได้ผล…
คำพูด การกระทำ และความเป็นจริงต่างหากที่จะพิสูจน์ให้รู้ว่า คนเราแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร
บางทีคนที่เราคิดว่ารู้จักดี วันนึงที่ได้ค้นพบ อาจจะเป็นว่าเราไม่เคยรู้จักคนคนนั้นเลย
ความนิ่งไม่ได้สยบทุกอย่างหรอก
มันจะกลายเป็นว่าคนนั้นเฉยชาและไม่มีหัวใจต่างหาก
http://www.youtube.com/watch?v=2aLttFT27K4
มีประโยคหนึ่งในหนัง IL MARE
ที่น่าสนใจมาก … เขาบอกทำนองว่า …
ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักนะ
ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก
… แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก
ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป
คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก
แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง
ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้
ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร
เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า
มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่
เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก
เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา
และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย
และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา
ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น
ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง
ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา
ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล
เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ
ไม่ได้บอกว่า … รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป
เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป
จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือหดน้อยถอยลง
ก็จะเป็นเพราะคนสองคน
ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว
ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก … แต่ในความซับซ้อนนั้น
มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง
เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน
ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฎเดียวกัน
มันจะ เกิดขึ้น … ตั้งอยู่ … แปรสภาพ แล้วก็จบลง
รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้
เพราะวันหนึ่ง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน
สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า … วันนี้เขาอยู่หรือจากไป
สำคัญที่ว่า … ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน
ขอให้มีความทรงจำที่ดี … ก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง
และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่กระไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้
มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า
สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน
สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป
ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน
ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องเปล่า ๆ
มองให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตไปด้วย
ได้แต่อวยพรให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น
เติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น แต่อย่าแข็งกร้าว
ขอให้อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง
และขอให้วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้
วันที่เราจะไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป
การสงบนิ่งสำหรับคนมีสมาธิสั้น ก็เป็นวิธีหนึ่งสำหรับการฝึกสมาธิสำหรับตัวเค้าเอง เริ่มจากทีละน้อย หลังจากนั้นค่อยๆเพิ่มเวลามากขึ้น
ส่วนสำหรับคนมีอายุแล้ว ใช้ได้ยากเพราะมันจะกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่อง เช่น กลายเป็นเรื่องน้อยใจ เหมือนเราไม่สนใจเค้า การประยุกต์ใช้ก็ใช้ให้เหมาะสม กับเวลา และบุคคลก้าบ