Mar 24

ให้ตายสิ!!!!วันนี้ฉันเจอสิ่งล้ำค่า 
เรื่อง: Pla

รูปประกอบบทความ: ให้ตายสิ!!!!วันนี้ฉันเจอสิ่งล้ำค่า

        คุณคิดว่าอะไรเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุดในชีวิตของคุณ  บ้าน? รถยนต์? เงินทอง? ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับฉันที่พูดมาไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งมีค่าอย่างแท้จริงเลยล่ะ ( แอบบอกก็ได้ว่าเมื่อก่อนก็คิดว่ามันมีค่าเหมือนกัน ) วันนี้…ฉันค้นพบแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่แท้จริง  ก็…ตัวฉันเองอย่างไรล่ะ  ฉันพูดจริงๆนะและที่แน่ๆฉันไม่ได้หลงตัวเอง แล้วตัวคุณล่ะ คิดว่าตัวเองมีค่ามากมายแค่ไหนกัน มีคนเคยบอกคุณมั้ยว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่อัศจรรย์ที่สุดที่เคยมีมาในโลกใบนี้ ฉันว่าบางทีคุณอาจจะประเมินค่าตัวคุณเองต่ำเกินกว่าความเป็นจริงอย่างไม่น่าให้อภัย คุณอาจจะใฝ่หาความสำเร็จ ความสุข ความมั่นคงให้กับตัวเอง ว่าแต่คุณใช้สิ่งที่คุณมีอยู่แล้วได้ดีแค่ไหนกันนะ??? มีคนเคยพูดให้ฉันฟังแหละว่า…คนส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น 3 - 5 อย่าง แต่ที่แน่ๆทุกคนมีพรสวรรค์อย่างน้อยหนึ่งอย่าง อยากรู้มั้ยล่ะว่าพรสวรรค์ของคุณคืออะไร?? ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ลองมาดูกันก็ได้..

  • มันมักเป็นความสามารถที่คุณทำได้เสมอ โดยไม่ต้องจดจำวิธีในการทำเลย
  • คุณสามารถทำได้อย่างชำนาญ แม้ว่าจะเป็นการทำในคร้งแรกก็ตาม
  • คุณสามารถทำได้สำเร็จอยู่เสมอเลย
  • คุณทำมันอย่างสนุกสนาน เพราะว่าคุณทำมันสำเร็จบ่อยๆ

        ฉันก็มีพรสวรรค์นะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความภูมิใจของตัวเองดีกว่า อย่าโกรธกันนะ…ว่าแต่ว่าคุณน่ะเจอรึยังล่ะพรสวรรค์ของตัวเองน่ะ?? อืมมม…ลืมบอกไปว่าความผิดพลาดของคุณบางครั้งอาจจะเกิดจากการที่คุณพลาดที่จะเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ก็เท่านั้นเอง เอาเป็นว่าคุณลองทบทวนดูก็ได้ว่าตอนนี้คุณมีอุปกรณ์อะไรอยู่บ้างที่มันจะนำความสำเร็จและความสุขมาให้คุณ มันเป็นความรับผิดชอบของคุณนะที่จะดูแลของมีค่าของคุณ ที่ผ่านมาคุณอาจจะเห็นแต่ของมีค่าของคนอื่น อย่ามัวแต่อิจฉาเค้าอยู่เลย คุณก็มีเพชรก้อนโตอยู่ในครอบครองเหมือนกัน รีบเอามันไปเจียระไนกันดีกว่า….

“..เรามีเหตุผลกว่า 4 ล้านอย่างให้กับความล้มเหลว แต่ข้อแก้ตัวอย่าให้มีแม้แต่เพียงเรื่องเดียว..”

รุดยาร์ด คิปลิ่ง       

Tags: ,

Mar 02

ROYIN เปิดให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม

ROYIN

ROYIN          อะไรคือ Royin??? ก็คือย่อมาจาก Royal Institute จ้า คือ ราชบัณฑิตยสถานนั่นเอง
          ROYIN ได้เปิดศูนย์ให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม  เพื่อช่วยคลายปัญหาชีวิตที่เต็มไปด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความขัดแย้งในใจ อันมีผลต่อบุคลิกภาพและสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

          น้องๆขอรับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่น ก็ไปรับการปรึกษาได้หมด
          โดย ROYIN จัดให้มีบริการให้คำปรึกษา เพื่อลดสภาวะความเครียดทางจิตใจและอารมณ์และส่งเสริมให้ประชาชนมีเจตคติที่ดีต่อตัวเอง
          ถ้าอยากใช้บริการนั้น ศูนย์ให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม จะเปิดให้บริการในวันดังนี้-.

                    วันจันทร์ 10.00-12.00 น
                    วันพุธ 10.00-12.00 น
                    วันศุกร์ 10.00-12.00 น.

          และสามารถให้บริการทางโทรศัพท์หรือนัดหมายล่วงหน้า ได้ที่เบอร์โทร 02-356-0466-70 ต่อ 5045
          ถ้ามีปัญหาโทรไปเลยนะ ตามเวลาที่บอกไว้ อย่าปล่อยให้ปัญหามันใหญ่ขึ้นๆล่ะ.

ที่มา: http://www.royin.go.th/th/news/news-content.php?ID=316

Tags: , , , , , , , , , ,

Feb 18

by เป้ pay39.spaces.live.com

ดูดวง - กรรม - การกระทำ

ภาพประกอบบทความดูดวง

ดูดวง??

     ถ้าพูดถึงเรื่องดูดวงเราว่าทุกคนก็คงเคยดูกันแหละ ไม่ว่าจะดูขำๆจากนิตยสาร หรือไปดูจริงจังกับหมอดู เราเองก็เคยดูมาหลายแบบแล้วล่ะ แต่เคยไปดูกับหมอดูก็เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว

ภาพประกอบบทความ: ดูดวงไพทาโร่ต์

     แบบว่านั่งอยู่มหาลัยช่วงเย็นๆ ว่างๆ ก็คุยกับเพื่อนเรื่องดูดวง เลยพากันไปให้อาจารย์คนหนึ่งดูลายมือ อาจารย์ก็น่ารักมากมาย ถึงแม้กำลังจะกลับบ้านแล้วแต่ก็อุตส่าห์ดูให้ ตอนแรกดูกันสองคน ตอนหลังมาดูกันใหญ่ สนุกกันเลย 555 พอมาเล่าให้เพื่อนเก่าฟัง มันก็เลยอยากดูบ้าง เลยพาไปดูแถวตลาด เป็นไพ่ยิปซี เราก็ดูขำๆ แต่พอได้ดูดวงจากสองที่ เอามาเทียบกันรู้สึกแตกต่างกันมากเลยแฮะ   

ภาพประกอบบทความดูดวง

     อาจารย์ที่ดูลายมือให้ที่เล่ามาตอนแรก เขาก็จะบอกว่าอย่าไปยึดมันมาก เส้นมันบอกแค่แนวโน้มในชีวิตเรา แต่มันจะเป็นจริงได้ไหม ก็ขึ้นกับตัวเราด้วย แต่ว่าหมอดูที่ตลาดนี่แบบ โอ้โห อยากได้อะไร ต้องไปบนที่โน่นที่นี่นะ แล้วจะได้แก้เคล็ด ดวงจะดีขึ้น พอกลับมาคิดแล้วก็รู้สึกว่า การดูดวงเนี่ย ถ้าคนที่เชื่อไปหมด ไปเจอกับหมอดูแบบนี้ก็อันตรายน่าดูว่ะ

     คนที่เชื่อซะทุกอย่างที่หมอดูทำนาย ถ้ามาเจอหมอดูที่บอกแต่ให้ไปบน ไปทำนู่น ทำนี่อะไรงี้ก็ตายกันพอดี จะนอนงอมืองอเท้ารอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไปขอไว้ช่วยให้สมหวัง แล้วมันจะเป็นไปได้ไงล่ะ เหอๆ

ภาพประกอบบทความดูดวง

     อีกอันนึงที่อันตรายก็คือ คนจะเชื่อดวงมากไปจนในที่สุดมันก็เป็นตามนั้น หรือที่เรียกว่า Self-fulfilling prophecy ( คือ คำทำนายที่มันเป็นจริงขึ้นมา) เช่นถ้าหมอดูทักว่าช่วงนี้จะแย่หน่อยนะ ก็จะเริ่มนอยด์ เริ่มคิดมากละ “อุบ๊ะ! ฉันจะเจอไรซวยๆอีกนะ” แล้วพอเจอเรื่องซวยๆขึ้นจริง เราก็จะยิ่งไปย้ำอีกว่า “บ๊ะ! แม่ง ซวยจิงๆด้วยว่ะ” แต่ถ้าเจอเรื่องดีๆ ก็ดีใจไป แล้วก็จบแค่นั้น       

ภาพประกอบบทความดูดวง: ฮวงจุ้ย

     แต่ที่พูดอย่างนี้ ไม่ได้บอกว่าเราไม่เชื่อเรื่องดวงนะ เราก็เชื่อ แต่เชื่อในลักษณะที่มันคือกรรมของเราที่ส่งผลให้เจอเรื่องต่างๆในปัจจุบัน และกรรมก็คือการกระทำของเรานี่แหละ ที่นี้ก็เลยสงสัยว่าในเมื่อเราเชื่อในการกระทำของตัวเองแล้วจะไปดูดวงทำไม

     คิดๆดูแล้วที่ไปดูก็เพราะว่าขี้เกียจแหละ 55 ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดี แทนที่จะค้นหาด้วยตัวเอง ก็โยนความรับผิดชอบไปให้หมอดูซะเลย “นี่..หมอดู บอกมาหน่อยว่าอนาคตจะเป็นไง ทำงานอะไรดี คนที่คบอยู่เป็นแบบไหน จะมีแฟนเมื่อไร” 555 ใครคิดว่าตัวเองดูดวงเพราะอะไรก็บอกด้วยละกัน อยากรู้

ภาพประกอบบทความดูดวง: นักษัตร

     ก็ฝากไว้ละกันสำหรับคนชอบดูดวง ว่าทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ลงมือทำนะ

     ถ้าว่างๆลองอ่านอันนี้ดู เป็นไดอารี่ของพี่ปอย วงPortrait อ่านแล้วได้อะไรเยอะดี คนเหนือดวง แล้วก็อันนี้ นรกของผู้แพ้ อ่านแล้วให้กำลังใจดี  (ลิงค์อยู่ที่ท้ายเรื่องนะ)

ป.ล. อยากดูดวงเป็นมั่งว่ะ เอาไปใช้กับ Counseling เวิร์คน่าดู หะๆ

ภาพประกอบบทความดูดวง: ดวงดาว

เสริม
ความคาดหวังสร้างความจริง หรือ Self-fulfilling prophecy อ่านว่า “เซลฟ์-ฟูล-ฟีล-ลิ่ง-โพร-เฟ-ซี่” คือ คำกล่าวที่มีผลทำให้คำกล่าวนั้นเป็นจริงขึ้นมาทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

ลิงค์
คนเหนือดวง http://inmydream.diaryis.com/?20070726
นรกของผู้แพ้ http://inmydream.diaryis.com/?20070830

ขอขอบคุณรูปภาพจาก veer.com, sanook.com, siamha.com

Tags: , , , , , ,

Feb 09

by MheeCola 

จิตวิทยาในไทย

รวมลิงค์สถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับจิตวิทยา
พร้อมพรั่งด้วยลิงค์เว็บไซต์ทางการของสถาบันนั้นๆ
ตบท้ายด้วยสาขาวิชาจิตวิทยาที่มีให้เลือกเรียน

ระดับปริญญาตรี

1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/
มีวิชา จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

2.คณะศิลปศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ http://www.tu.ac.th/
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

3.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ http://psy.soc.ku.ac.th/fsocpsy/
มี จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาชุมชน จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาอุตสาหกรรม

4.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://hu.swu.ac.th/psych/

5.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการแนะแนว ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://edu.swu.ac.th/

6.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ศิลปากร http://www.educ.su.ac.th/program/programI.html

7.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เชียงใหม่ http://www.human.cmu.ac.th/~psycho/

8.คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.บูรพา http://www.huso.b uu.ac.th/

9.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการแนะแนวและจิตวิทยาการให้คำปรึกษา http://gep.buu.ac.th/index2.html
มี จิตวิทยาการปรึกษา

10.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.มหาสารคาม http://www.msu.ac.th/

11.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_1.asp
มี  จิตวิทยาสังคม, จิตวิทยาการบริการปรึกษาและแนะแนว, จิตวิทยาคลินิกและชุมชน, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, จิตวิทยาพัฒนาการ    

12.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ทักษิณ http://www.tsu.ac.th/

13.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.พายัพ http://psycho.payap.ac.th/
มี จิตวิทยาการให้การปรึกษาและแนะแนว จิตวิทยาสังคม

14.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.นเรศวร http://www.social.nu.ac.th/course.htm

15.วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ศิลปศาสตร สาขาวิชาจิตวิทยา  http://www.slc.ac.th/home/th/index.php?option=com_content&task=view&id=40&Itemid=42 
มี จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาองค์การ

16.คณะศึกษาศาสตร์  ม.สงขลานครินทร์ http://eduit.pn.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=169&Itemid=140
มี จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว, การประถมศึกษา-จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว

17.คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว ม.ราชภัฏธนบุรี http://dit.dru.ac.th/home/001/index.php

18.คณะครุศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ 

19.คณะครุศาสตร์ สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว ม.ราชภัฏนครราชสีมา http://www.edu.nrru.ac.th/psychology/index.asp

20.คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว  ม.เกษตรศาสตร์ http://edupsy.edu.ku.ac.th/

ระดับปริญญาโท
1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/psy/branch.php
มี จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

2.Graduate School of Psychology มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ http://www.grad.au.edu/py_program
มี Counseling Psychology

3. โครงการปริญญาโทจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ม.ธรรมศาสตร์ http://www.tu.ac.th/org/arts/psycho
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ http://www.slc.ac.th/home/th/index.php?option=com_content&task=view&id=59
มี จิตวิทยาประยุกต์

5. การศึกษามหาบัณฑิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://hu.swu.ac.th/psych/curriculum/master.htm
มี จิตวิทยาพัฒนาการ

6. คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร http://www.educ.su.ac.th/program/programIl.html
มี จิตวิทยาชุมชน (Community Psychology), จิตวิทยาการศึกษาพิเศษ (Special Education Psychology)

7.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เชียงใหม่ http://www.human.cmu.ac.th/~psycho/
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ,จิตวิทยาการปรึกษา

8. บัณฑิตวิทยาลัย ม.บูรพา http://graduate.buu.ac.th/course.htm
มี จิตวิทยาการแนะแนว, พยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช

9. การศึกษามหาบัณฑิต ม.มหาสารคาม http://www.grad.msu.ac.th/
มี จิตวิทยาการให้คำปรึกษา

10. หลักสูตรปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_2.asp
มี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development ), จิตวิทยาครูการศึกษาพิเศษ (Psychology for Special Education Teachers), จิตวิทยาการพัฒนาการ, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, จิตวิทยาการให้คำปรึกษา, จิตวิทยาคลินิกและชุมชน

11.คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร http://www.edu.nu.ac.th/
มี จิตวิทยาการแนะแนว (Courseling Psychology )

12. คณะศึกษาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ http://eduit.pn.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=170&Itemid=141
มี จิตวิทยาการศึกษา

13.คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.cued-research.com/
มี จิตวิทยาการศึกษา

14.คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
มี โึครงการปริญญาโท สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรม ภาคพิเศษ http://indpsy.soc.ku.ac.th/index.html
จิตวิทยาชุมชน
http://psy.soc.ku.ac.th/fsocpsy/community.html

ระดับปริญญาเอก
1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/psy/branch.php
มี จิตวิทยาสังคมและพัฒนาการ จิตวิทยาการปรึกษา

2. หลักสูตรปริญาเอก คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_3.asp
มี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, จิตวิทยาให้คำปรึกษา, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

3.คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.cued-research.com/
มี จิตวิทยาการศึกษา

หมายเหตุ
- แก้ไขตกหล่น,แจ้งข่าวการศึกษาของหน่วยงานท่านเพิ่มเติม หรือแจ้งลิงค์เสีย ได้ที่ช่อง comment ข้างล่างขอรับ
- นอกจากนี้สามารถเข้าไปดูข้อมูลว่าสถาบันใดเปิดสอนอะไรบ้างได้ที่เว็บ http://www.cpathai.org/07/studying.html

หวังว่าลิงค์เว็บจิตวิทยาข้างบนนี้จะมีประโยชน์นะขอรับ สนุกกับการเรียนนะ!

Tags: , , , , , , , , , , ,

Feb 09

 

By Dtan

การเล่นเกม … เพื่อชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

          ในช่วงพักเที่ยงของชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย ขณะที่ผมกำลังนั่งเบื่อๆ อยู่ที่โต๊ะของตัวเอง เพื่อนที่ตั้งก๊วนเล่นเกมกันมาตั้งแต่มัธยมต้นก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าที่เปล่งประกาย
“เฮ๊ย สนใจเล่นเกมนี้ป่าว” พูดเสร็จเพื่อนผมก็ยื่นหนังสือคู่มือเกมหน้าปกสีสันสดใสให้ผมดู
“เกมออนไลน์เหรอ ?” ผมถามพลางเปิดหนังสือดูคร่าวๆ
“ใช่ๆ เคยเล่นกันมาแต่พวกเกมวางแผนการรบกับเกมยิงปืน ลองเปลี่ยนมาเล่นออนไลน์บ้างสิ เรารวบรวมคนที่สนใจได้ 7 คนแล้วนะ สนใจป่าวๆ เราจะได้ไปชวนคนอื่นต่อ” เพื่อนผมเร่งเร้า
“เออ เอาดิ เอาแผ่นมาให้เราด้วยหละ” ผมพยักหน้าตอบไปอย่างไม่ลังเลพร้อมกับรอยยิ้ม

รูปประกอบบทความติดเกม

          นี่คือจุดเริ่มต้นของการที่ผมได้เริ่มต้นรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า… เกมออนไลน์ ผมจำไม่ได้แน่นอนว่าผมชื่นชอบการเล่นเกมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเกมซุปเปอร์แฟมมิคอม หรือ เก่ากว่านั้นอย่างเครื่องเกมแฟมมิคอม เครื่องขาวจอยแดง ที่หลายๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อเครื่องแฟมมิลี่ ผมก็ไม่เคยพลาด จนกระทั่งได้มารู้จักกับเกมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสนใจในเครื่องเกมแบบอื่นๆ ของผมก็หมดไป
          ถ้าจะถามว่าพฤติกรรมการเล่นเกมของผมในช่วงนี้เป็นการเสพติดเกมรึเปล่า คงต้องไปทำความเข้าใจถึงนิยามของ การเสพติดเกม (Game Addiction) ก่อน ซึ่งมีความหมายว่า คนติดเกมจะมีลักษณะที่หมกมุ่นอยู่กับเกม ไม่สนใจสิ่งอื่นๆ แม้กระทั่งการสนองต่อความต้องการเบื้องต้นของร่างกาย เช่น การกินอาหาร มีอาการคล้ายคนติดยาหรือติดการพนัน ที่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี อยากจะหยุด แต่ไม่สามารถทำตามและห้ามตัวเองได้ ซึ่งอาจอธิบายได้ในแง่กลไกการทำงานของสมองว่าสมองมีการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิดออกมาเมื่อมีพฤติกรรมซ้ำๆ และเมื่อหลั่งสารประเภทนี้ออกมาแล้วทำให้เกิดความสุข เรียกวงจรแบบนี้ว่า Reward Circuit ส่งผลให้สมองส่วนหน้าที่ใช้ควบคุมตัวเองมีความสามารถลดลง ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามความหมายนี้แล้วน่าจะจัดพฤติกรรมการเล่นเกมของผมได้ว่าเป็นการหลงใหลหรือคลั่งไคล้เกมมากกว่า  เพราะแม้ผมจะเล่นเกมอยู่เป็นประจำแทบทุกวัน แต่ก็เป็นการเล่นในเวลาว่าง ยังคงทำกิจกรรมอื่นๆ และใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติ

รูปประกอบบทความติดเกม

          จนกระทั่งผมได้มาเริ่มเล่นเกมออนไลน์ เวลาที่ใช้ในการเล่นเกมก็พุ่งพรวดขึ้นมาเป็น 2-4 ชั่วโมงต่อวัน คำตอบเดียวที่ทำให้ผมสนุกสนานกับการเล่นเกมออนไลน์ในขณะนั้นก็คือ เพื่อน ใช่เลยครับ กลุ่มเพื่อนๆ ที่ชวนผมมาเล่นนี่แหละ การได้แข่งกันเก็บเลเวล การได้มานั่งโม้ว่าได้ไอเทมแบบไหนมาใช้ มาคุยกันว่าจะปั้นตัวละครแบบไหนดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมชื่นชอบและมีความสุขกับการเล่นเกมออนไลน์ ส่งผลให้ผมหลับหูหลับตาเก็บเลเวลในเกมอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมเริ่มรู้จักกับเพื่อนใหม่ในเกมออนไลน์ เริ่มมีสังคมเล็กๆ ของผมเกิดขึ้นมา จนผมเริ่มหลงลืมที่จะเก็บเลเวลในชีวิตจริง เวลาที่ใช้ไปกับการเล่นเกมออนไลน์ก็เขยิบมากขึ้นทุกทีๆ มาเป็นวันละ 5-6 ชั่วโมง โดยไม่รู้ตัวเลยผมได้เปลี่ยนสถานะตัวเองจากเด็กคลั่งไคล้เกมมาเป็นเด็กเสพติดเกมทีละน้อยๆ จนผมมาเสพติดเกมอย่างเต็มตัว

รูปประกอบบทความติดเกม

…. เมื่อผมเริ่มทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่เรื่องเวลาในการเล่นเกมบ่อยขึ้น
…. เมื่อผมไม่สนใจจะอ่านหนังสือเรียนแม้จะต้องสอบในวันพรุ่งนี้ก็ตาม
…. เมื่อผมไม่อยากทานอาหารหรืออยากออกไปเที่ยวไหนทั้งนั้นเพราะจะทำให้ผมเสียเวลาเล่นเกม
…. เมื่อในหนึ่งวันผมใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

รูปประกอบบทความติดเกม

          หากถามว่า “อะไร” ที่ทำให้ผมติดเกมออนไลน์ คำตอบหลักๆ ก็คือ เพื่อนเหมือนเดิมครับ เพียงแต่ว่าไม่ใช่เพื่อนกลุ่มดั้งเดิมแล้วเท่านั้น แต่เป็นเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ผมได้จากสังคมเกมออนไลน์ เพราะสังคมเล็กๆ ที่ผมได้สร้างเอาไว้ ในตอนนี้มันกลายเป็นสังคมขนาดใหญ่ ผมกลายเป็นคนสำคัญมีคนรู้จักมากมาย ผมสามารถหาแฟนได้จากการคุยกันไม่กี่ประโยค ความฝันหลายๆ อย่างของผมสามารถเป็นจริงได้ในสังคมนี้ ทุกอย่างดูดีและมีความสุขไปหมด แล้วทำไมผมถึงจะต้องหยุดเล่นด้วย…
          วันที่ผมเล่นเกมไปถึงจุดที่เรียกว่าสูงสุดของเกมเท่าที่ตัวละครผมจะเป็นได้ เป็นวันที่ผมดีใจมาก เพื่อนๆ ที่ผมรู้จักในเกมต่างก็มาแสดงความยินดี สำหรับผมวันนี้เป็นวันที่มีความสุขสุดๆ แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกกระแทกอย่างแรงด้วยคำถามของผมเองหลังจากที่กดปุ่มปิดคอมพิวเตอร์ว่า “พอปิดเกมไปแล้วจะมีใครรู้ไหมนะว่านายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้มีความสามารถ เป็นตัวละครที่เก่งสุดๆ ?” ผมอึ้งไปนานกับคำถามนี้ เพราะในใจลึกๆ ของผมรู้ดีว่าคำตอบของคำถามนี้ก็คือ “ไม่มี”

รูปประกอบบทความติดเกม

          ผมอาจจะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ในเกมที่เล่นแต่ผมก็เป็นเพียงผู้แพ้อย่างสมบูรณ์แบบต่อจิตใจของผมเอง แพ้ต่อความอยาก แพ้ต่อความหลงสนุก และเป็นผู้แพ้อย่างแท้จริงในเกมที่เรียกว่า “ชีวิตจริง” ผมมักจะคิดอยู่เสมอเมื่อทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่ว่า “ก็แค่เกมจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ผมควบคุมตัวเองได้อยู่แล้ว” แต่ในความเป็นจริงผมไม่เคยจะทำได้เลย การคอยหลอกตัวเองโดยไม่ตระหนักถึงความเป็นจริงในลักษณะนี้มีแต่จะยิ่งทำให้ความอยากในจิตใจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะมัวแต่ไปคิดว่าความอยากของผมมันไม่ใช่ปัญหา ผมจึงไม่สนใจจะแก้ปัญหาเรื่องการควบคุมความอยากในการเล่นเกม ทั้งๆ ที่สิ่งนี้แหละ คือ สาเหตุสำคัญ

รูปประกอบบทความติดเกม

          ผลหลงลืมที่จะตระหนักว่าสังคมที่ผมได้ใช้เวลาอยู่ในเกมออนไลน์นั้นเป็นเพียง สังคมสมมติ ทว่าผมกลับไปให้ความสำคัญแก่สิ่งเหล่านั้นมากมายกว่า สังคมจริงๆ ที่ผมอาศัยอยู่ ปัจจัยหรือสิ่งที่ทำให้ติดเกมสำหรับหลายๆ คนอาจจะแตกต่างกันออกไป เพราะเพื่อน, เพราะความสนุก ฯลฯ แต่รูปแบบของการทำให้ติดเกมนั้นไม่น่าจะแตกต่างกัน ซึ่งก็คือ การพ่ายแพ้ต่อจิตใจของตนเอง

รูปประกอบบทความติดเกม

          การจำกัดชั่วโมงเล่นเกมในเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี, การจัดระเบียบร้านอินเตอร์เน็ต, การรณรงค์ให้เยาวชนและผู้ปกครองทราบโทษของการเล่นเกม สิ่งเหล่านี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องการติดเกมใช่หรือไม่ คำตอบคือ ใช่ แต่คำถามที่ว่าแก้ที่ตรงไหน? สาเหตุหรือว่าปลายเหตุ อาจจะเป็นคำถามที่น่าใส่ใจกว่า เพราะต้นเหตุจริงๆ ไม่ใช่ใครอื่นไกล มองกลับมาที่ตัวของเราเองนี่แหละ เพราะตัวเราเองคือสาเหตุของปัญหา การไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจต่อความรักสนุก ต่อความเพลิดเพลิน การไม่รู้จักรับผิดชอบต่อชีวิตจริงของตัวเองน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ตัวเราเองควรตระหนักถึงและหาทางแก้ไขมากที่สุด

รูปประกอบบทความติดเกม

          แล้วเด็กหรือวัยรุ่นจะมีความสามารถในการคิด ในการตัดสินใจเพียงพอหรือ? คำถามนี้อาจจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในเรื่องของเกมด้วยการสั่งห้าม การกำหนดบทลงโทษ นั่นคือ สิ่งที่สังคมตัดสินแทนเด็กหรือวัยรุ่นไปแล้วว่าเกมเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว … แต่ในความเป็นจริงเรื่องของเกม อาจจะไม่ใช่สีดำหรือสีขาวแบบที่สังคมชอบตัดสิน แต่ว่าเป็นสีเทา จะมีประโยชน์มากหรือมีโทษมากก็ขึ้นกับคนเล่นว่าจะซึมซับอะไรเข้ามา
          ถ้าถามผมว่าเวลาและเงินที่เสียไปในช่วงที่ติดเกมเยอะมากไหม คำตอบคือ เยอะมาก แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วผมได้เพื่อนดีๆ ที่ยังติดต่อกันอยู่แม้จะเลิกเล่นเกมกันไปแล้วไหม คำตอบก็คือ ได้
          สำหรับคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ การใช้กฎระเบียบจากผู้อื่นมาบังคับก็อาจจะเป็นทางออกที่หลายๆ คนเห็นสมควร แต่ถ้าตัวเราสามารถยอมรับและควบคุมตัวเองได้โดยไม่ต้องให้ใครมาบังคับ ก็ดูจะเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดเพราะ … ชัยชนะใดๆ ก็คงไม่ยิ่งใหญ่มากไปกว่า การรู้จักเอาชนะใจของตัวเอง

รูปประกอบบทความติดเกม

อ้างอิง    คู่มือ เมื่อลูกติดเกม พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2548 http://www.thaiparents.net

Tags: , , , , , , ,

Feb 05

เรื่อง: พี่หมีแห่งไซโคล่า
รูป : veer.com 

“เรียนจิตวิทยาแล้วมีอาชีพอะไรบ้าง?” คำถามนี้เป็นคำถามที่วัยรุ่นถามบ่อยมากจนคุณสังเกตได้ วันนี้เรามีผลิตภัณฑ์ใหม่มานำเสนอนั่นคือ ครีมลดความสงสัย ตราไซโคล่า!

เอาละ ไร้สาระกันพอแล้ว คุณลองมาอ่านบทความแปลชิ้นนี้กันดีกว่า….

      เมื่อคนนึกถึงนักจิตวิทยา มักจะคิดถึงนักบำบัดที่เรียนมาสูงๆนั่งอยู่ที่ออฟฟิศหรูหรา หรือคิดถึงนักวิทยาศาสตร์หัวฟูๆในมือถือเข็มอิเล็กโตรดคอยจิ้มสมองเล็กๆหนูทดลองในห้องแล็บ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็จริง แต่เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของสิ่งที่นักจิตวิทยาทำ

     นักจิตวิทยาสามารถเข้าไปทำงานได้ในหลากหลายสาขาอาชีพมาก ถึงแม้ว่างานหลักใหญ่ๆจะอยู่ในด้านการบำบัดและการเรียนการศึกษา และส่งที่จะบอกต่อไปนี้คือกลุ่มงานที่คุณๆสามารถเลือกไปทำงานได้หลังจากที่ได้เรียนจิตวิทยา โดยทั่วไปแล้วควรจะจบปริญญาเอกแต่ก็มีบางสายงานที่จบปริญญาโทก็เพียงพอที่จะทำงานได้แล้ว

1.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษา (Clinician)

ภาพนักจิตวิทยาคลีนิกกับแบบทดสอบชนิดหนึ่ง

     กลุ่มนี้มักจะทำงานในโรงพยาบาล ไม่ก็ตามชุมชนต่างๆ หรือไม่ก็ทำเองส่วนตัวโดยใช้เวลาทำงานของตนเองทั้งวันในการอยู่กับผู้ที่รับการบำบัด โดยทั่วไปแล้วงานกลุ่มนี้จะต้องการการศึกษาระดับปริญญาเอกในทั้งสาขาจิตวิทยาคลินิกและจิตวิทยาการปรึกษา และควรจะได้เรียนเรื่องจิตพยาธิวิทยาและวิธีการรักษาต่างๆมาอย่างดี ในสหรัฐอเมริกาจะมีกลุ่มที่ทำงานแบบนี้ประมาณ 40-45% ของนักจิตวิทยาทั้งหมด

2.กลุ่มนักการศึกษา (Educator)

นักจิตวิทยาที่ทำงานด้านการศึกษาเช่น ครูแนะแนว ให้คำปรึกษานักเรียน หรือเป็นครูสอนจิตวิทยา

     ในสหรัฐฯ นักจิตวิทยามักจะเริ่มต้นทำงานกับด้านการศึกษาอยู่ประมาณ 40%  บางคนก็สอนจิตวิทยา บางคนก็ทำงานวิจัยและให้ดูแลโครงงานวิจัยของนักเรียนนักศึกษา แนะนำการทำวิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ของนักศึกษา และบางคนก็ทำวิจัยกันเอง อยู่ในห้องทดลองหรือที่อื่นๆ หลายคนในกลุ่มนี้ก็เหมาเอาหมดทุกงานตามที่ได้กล่าวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ

3.กลุ่มธุรกิจ (Business)

นักจิตวิทยาในองค์กรธุรกิจ ทำหน้าที่อย่างเช่น วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนในองค์กร ช่วยคิดแก้ปัญหาระหว่างกลุ่ม หรือทำงานในเรื่องเครื่องจักรกับคนงาน

     นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การที่ได้รับการฝึกฝน ได้รับการเทรนในแวดวงธุรกิจและการจัดการองค์กร คนกลุ่มนี้จะถูกว่าจ้างโดยองค์กรใหญ่ๆหรือบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการยศาสตร์(Ergonomic คือ การทำให้สถานที่ทำงานและเครื่องใช้ไม้สอยให้เหมาะสมกับผู้ที่ทำงาน) งานที่ได้ทำจะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจที่เข้าไปทำและความต้องการของบริษัทนั้นๆ แต่ก็ทำอยู่เกี่ยกวับการสัมภาษณ์งาน การจ้างคน การฝึกพนักงาน การเลื่อนขั้นพนักงาน การประเมินการสื่อสารระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มกัน และช่วยเหลือผู้บริหารในการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับลูกจ้างและนโยบายกฏเกณฑ์ต่างของพนักงานแม้ว่าเป็นสาขาเฉพาะที่กำลังเติบโตอยู่เรื่อยๆ แต่ทว่าในสหรัฐฯก็มีสัดส่วนแค่ 5% จากนักจิตวิทยาทั้งหมด

4.กลุ่มงานกีฬา (Sports)

นักจิตวิทยาการกีฬา

     นักจิตวิทยาบางคนก็ผสมผสานระหว่างด้านกีฬาที่ตนเองสนใจเข้ากับความรู้ทางด้านพฤติกรรมมนุษย์และแรงจูงใจต่างๆ ผู้ที่ทำงานสายอาชีพนี้มักจะทำงานเพียงกีฬาใดกีฬาหนึ่งไปหรือเจาะจงบางทีมไปเลยเพื่อศึกษาและช่วยให้ทีมพัฒนาได้ดีขึ้น เมื่อทีมอยู่ในสภาวะแรงจูงใจตก มีความกังวล ความกลัว และตอนที่มีเป้าหมายในการแข่งขัน

5.กลุ่มงานเทคโนโลยี (Technology)

จิตวิทยาช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคนและเทคโนโลยีต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์มันมีผลกระทบต่อคนอย่างไรบ้าง

     เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มงานใหม่ที่ตระหนักถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์จากจิตวิทยา นักจิตวิทยาจะมีบทบาทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เรื่องระหว่างคนกับเครื่องจักร คนกับสิ่งแวดล้อมการทำงาน คนกับเทคโนโลยี เป็นต้น หรือจะพูดอีกอย่างได้ว่า  นักจิตวิทยากลุ่มนี้จะศึกษาว่าเทคโนโลยีจะส่งผลอย่างไรกับเรา และเทคโนโลยีจะช่วยทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อย่างไร

6.กลุ่มงานอื่นๆ (Other)
     ผู้เขียนไม่สามารถระบุได้หมดว่านักจิตวิทยาสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะว่านักจิตวิทยาสามารถทำงานได้หลากหลายมากมาย บางคนก็ทำงานส่วนตัวเป็นพาร์ทไทม์และมีสอนบ้าง บางคนก็ทำการวิจัยในช่วงปิดภาคฤดูร้อนและก็เข้าสอนในช่วงเดือนอื่นๆ บางคนก็เอาความรู้จิตวิทยาไปใช้ในการอาชีพของตนเอง  งานใดที่ใช้คนก็ควรจะคิดถึงนักจิตวิทยาเข้าไปด้วย ยังไงก็ตามสิ่งที่นักจิตวิทยาควรจะเก่งๆเอาไว้คือ ศึกษาเกี่ยวกับด้านปัญญาการรู้คิด ศึกษาอารมณ์ และศึกษาพฤติกรรมคนนี่แหละ


      จิตวิทยาจะทำอาชีพอะไร มีหลายสีให้เลือก เท่ากับอาชีพหลากหลาย    ที่ได้อ่านไปก็คืออาชีพของนักจิตวิทยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็พอจะเป็นแนวทางที่น้องๆจะเอาไปตอบพ่อแม่ที่ถามมักจะถามว่า “จบจิตวิทยาแล้วทำอะไรเหรอลูก”
แต่…แล้วในเมืองไทยฟ้าใส ในน้ำมีปลาในนามีข้าวอย่างบ้านเราล่ะ
จิตวิทยามันทำอาชีพได้อย่างนี้จริงหรือ?
     คำตอบจากผมคือ จริง แต่บ้านเราจะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจและกลุ่มการศึกษามากกว่า เพราะ เนื่องจากเห็นได้ว่าจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การเป็นสาขาที่มีประชาชีสนใจตบเท้าเข้าไปเรียนมากที่สุดนั่นเอง! และเมืองไทยจะพบนักจิตวิทยาที่ทำอาชีพครูอาจารย์มากที่สุดด้วย!
     แล้วนอกจากนั้นก็มีหลายอาชีพให้นำความรู้จิตวิทยาไปใช้ หลากหลายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยาคลีนิก (เป็นชื่อเรียกสาขาหนึ่งในจิตวิทยา) นักจิตวิทยาคลีนิกเหล่านี้ชอบสิงอยู่ตามโรงพยาบาล เฮ้ย! คนนะไม่ใช่ผี นักจิตวิทยาสังคม (เป็นอีกสาขาหนึ่งเหมือนกัน)มักจะอยู่ตามบริษัทวิจัย วิจัยโฆษณาก็มีนะ คนพวกนี้ทำงานวิจัยได้ดีเลยทีเดียวขอรับ นักจิตวิทยาการปรึกษา (เป็นชื่อสาขาหนึ่งในจิตวิทยาอีกแล้ว) คนพวกนี้จะอยู่ตามโรง’บาล ไม่ก็โรงเรียน หรืองานที่เกี่ยวกับสังคม ช่วยเหลือผู้อื่น มูลนิธิต่างๆ นักจิตวิทยาอุตสาหะ..อ้อ เขียนไปแล้วนี่นา    
     และผมคิดว่าไม่มีอาชีพใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา เพราะ จิตวิทยาสามารถเอาใช้ได้ทุกที่ที่มี”คน”อยู่ ลองมาดูตัวอย่างหลุดโลกๆกัน เช่น แม้แต่ทำงานเกี่ยวกับส้วมๆก็ใช้จิตวิทยาได้ สมมติผมได้รับตำแหน่งเป็นพนักงานประจำส้วม ผมก็คิดแล้ว ว่าจะทำยังไงให้คนที่นั่งอึอยู่มีความสุขโดยไม่เสียเซลฟ์เวลาที่ตดเสียงดัง เพื่อให้คนตดลดความเป็นตัวตนลง (ลด Identity ลง) นักจิตวิทยาอย่างผมก็เลยเอาเสียงเพลงไปเปิดกล่อมในส้วมซะเลย ทีนี้จากเสียงเงียบๆในห้องน้ำ ก็กลายเป็นดนตรีอันไพเราะโดยที่มีเสียงปู้ดป้าดเป็นจังหวะประกอบเข้ากันได้อย่างลงตัวและเนียนเหมือนไม่มีเสียงตดเกิดขึ้น!!! คราวนี้คนนั่งอึก็จะได้ปลดทุกข์ได้อย่างหมดทุกข์อย่างสมบูรณ์    
     ทีนี้สำหรับคนที่จะมาเรียนจิตวิทยา ผมคิดว่าจิตวิทยาจริงๆมันเป็นวิชาที่กว้างมาก มันเลยเอาไปใช้ได้กว้างมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น คนที่อยากเรียนหรือกำลังเรียนจิตวิทยาอยู่ควรจะค้นหาว่าตนเองชอบจิตวิทยาสาขาอะไร แล้วมุ่งเน้นเพื่อเป็นคนเจ๋งๆ expert ทางสาขานั้นๆไปเลย จะดีมากครับ แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะปราศจากกับคำว่า “รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร” ก็จงหาตัวเองต่อไปนะขอรับ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องพูดอีกยาว ครั้งหน้าจะเอามาฝากกันนะขอรับ.    

อ้างอิง จาก Careers in Psychology เว็บ http://allpsych.com/education/careers.html

Tags: , , , , , , , , , ,

Feb 02

เรื่อง: พี่หมีแห่งไซโคล่า 

โรคซึมเศร้า ปล่อยไว้ท่าจะไม่ดี

     การที่วัยรุ่นมีปัญหาภาวะซึมเศร้าอ่อนๆ(Mild depression)-ซึมเศร้าร้ายแรง (Major depression)-ไปจนถึงอยากฆ่าตัวตายนั้น(Suicide) เป็นเรื่องราวที่สังคม พ่อแม่ ผู้ปกครองควรจะต้องตระหนัก ให้ความสำคัญกับเรื่องภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นให้มากๆๆๆ เพราะความคิดซึมเศร้าเหล่านี้ของวัยรุ่นจะบ่มเพาะและมีผลกระทบเริ่มตั้งแต่วัยรุ่น-ไปถึงวัยผู้ใหญ่ได้เรื่อยๆ เพราะ ถ้าหากวัยรุ่นคนนั้นยังไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างเป็นระบบ ขืนยังนิ่งนอนใจ วัยรุ่นจะยังเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ เปรียบเสมือนเป็นรอยแผลทางใจที่จะยังอยู่ต่อไป

อย่าปล่อยให้ตัวเองซึมเศร้า

     นอกจากนี้วัยรุ่นที่อยู่ในบ้านที่มีพ่อแม่หรือคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า อาจได้รับการถ่ายโอนภาวะซึมเศร้านี้มาก็ได้ เป็นเพราะเหตุผลทางด้านพันธุกรรมหรือสภาพแวดล้อมนั่นเอง
    
     ที่อเมริกา มีผลการสำรวจจากวัยรุ่นกลุ่มที่เขาเก็บข้อมูลมาบอกไว้ว่า  มีวัยรุ่นอยู่ 7%ที่พยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ถึงพยายามตายจนต้องไปโรงพยาบาล แต่ที่สำคัญคือว่าพ่อแม่ของวัยรุ่นเหล่านั้นจะไม่ค่อยรู้ว่าว่าลูกตัวเองมีความคิดจะฆ่าตัวตาย ดังนั้น พ่อแม่ควรเอาใจใส่เรื่องการพยายามฆ่าตัวตายของวัยรุ่นเพราะจะเป็นตัวชี้การฆ่าตัวตายในอนาคตได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว

ครอบครัวดูแล

     สิ่งที่อยากฝากไว้คือ เมื่อคนในครอบครัวหรือตัวคุณเองเป็นโรคซึมเศร้า โปรดอย่าเก็บมันไว้ เพราะจะมีผลต่อคุณ เช่น เรียนก็ไม่จบ ว่างงาน ไม่มีเงิน ดังนั้นคุณต้องพาตัวเองไปรักษาภาวะซึมเศร้าของคุณ ซึ่งก็เหมือนกับเมื่อเราเป็นไข้หวัดก็ต้องกินยาแก้ไข้ ซึมเศร้าก็เช่นเดียวกัน เมื่อรู้สึกว่าตัวเองซึมเศร้าก็ต้องรักษาซึมเศร้า ก็แค่นั้นเอง.

แปลจาก A Long Arm: Teen Depression
ที่มา : http://www.psychologytoday.com/articles/pto-20030807-000007.html

Tags: , , , ,

Jan 30

 เรื่อง : Canon in D, MUTH

จี๊ดจิตวันนี้พี่หมีรับเชิญคนเขียนมาใหม่ขอรับ

ขอชวนเธอมาเล่นเกมสัญลักษณ์
เกมเชิงจิตวิทยา ที่เคยคิดแล้วเอามาเล่นกัน
ไม่ใช่เกมจิตวิทยาหมู่…แน่นอน…
 
กติกาก็ง่ายมาก

เกมจิตวิทยาแทนตนเอง

อะหนึ่ง จิกเพื่อนมาล้อมวงกันซักไม่เกิน 10 คน ทำไมต้องไม่เกิน เพราะ ทุกคนจะได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงที่พูด ทุกคนต้อง”ฟัง”กันและกัน
อะสอง ให้ทุกคนคิดหาสัญลักษณ์ที่แทนตัวเองได้ดีที่สุดหนึ่งอย่าง
เช่นพวก สิ่งของ สัตว์ พืช ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ประมาณนี้
อะสาม เขียนใส่กระดาษ ส่งให้ Group Leader ไม่ใช่ cheer leader….
Group Leader ก็หยิบมาทีละแผ่น อ่านให้คนในกลุ่มฟัง
อะสี่ แล้วให้ทุกคนทายว่า อันนี้เป็นสัญลักษณ์ของใคร
 
พอพูดครบทั้งวง รวมถึงคนที่เขียนด้วย ก็เฉลยซะว่าแต่ละคนทำไมถึงแทนตัวเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
 
แค่นี้เอง (เกมนี้ยกเครดิตให้คุณเดียร์เป็นคนเริ่มคิด)
 
เกมนี้ เล่นไปทำไม?
อะหนึ่ง สอนให้รู้จักคิดและมองเข้าไปที่ตัวเองอย่างง่ายๆ
อะสอง ฝึกให้มีทักษะการฟังโดยฟังผู้อื่นจริงๆ ไม่ใช่แค่ได้ยินเฉยๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะที่คนที่จะเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา ควรจะมีที่ไม่ใช่แค่มีเฉยๆ แต่ต้องมีเยอะๆเลยล่ะว่างๆ ก็เอาไปเล่นดูสิ
จะได้รู้ว่าเพื่อนๆ มองเรา และเรามองเพื่อนๆ ยังไงบ้าง
อ้อ…คนที่เป็น Leader ควรมีทักษะการฟัง และก็สรุปสิ่งที่เพื่อนพูดมาให้เข้าใจได้พอสมควรนะจ้ะ

แต่ไม่แนะนำให้เล่นกะเพื่อนสนิทนะ เดี๋ยวไม่หนุก เพราะรู้ไต๋กันอยู่


เสริมก่อนจากกันเกี่ยวกับจิตวิทยาปรึกษา
จิตปรึก หรือจิตปึก หรือเรียกอย่างสั้นๆว่า จิตวิทยาการปรึกษา หรือเรียกว่า Counseling Psychology (อ่านว่า เค้าเซลลิ่ง นะจ้ะ)     
จิตปรึกต่างจากการแนะแนว (Guidance กายแด้นส์) เพราะ แนะแนวคือการแนะนำ แบบโช๊ะๆ ชี้นำไปเลย
แต่การให้บริการปรึกษา คือ ให้คำปรึกษาโดยคนที่ให้บริการจะทำหน้าที่เหมือนเพื่อนร่วมเดินทางที่ไม่ชี้นำ การให้คำปรึกษาเนี่ยมีหลากหลายแนวทางให้เลือกใช้ผสมผสานกัน อย่างเช่น แนวคิดของคุณฟรอยด์ (Freudian) และก็มีแนวคิดที่เชื่อมั่นในความสามารถมนุษย์ว่าคนเราเนี่ยคิดแก้ปัญหาเองได้ (Humanism)  นอกจากนี้ก็แนวคิดที่มองว่าคนที่มีปัญหาควรจะใช้เหตุผลและอารมณ์ที่มันใช่ที่มันถูกต้องต่อเหตุการณ์หนึ่งๆอย่างเหมาะสม เรียกว่า (Rational Emotive Behavior Therapy)ไปใช้บริการการปรึกษาเพื่ออะไร
อะหนึ่ง เพื่อให้เธอสบายใจ ลดความเครียด โล่ง ปลอดโปร่งทั้งหัวสมองและอารมณ์
อย่างเช่น ตอนที่เธอมีปัญหา เธอก็จะได้จัดการกับอารมณ์แย่ๆเหล่านั้นให้ออกไปได้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี
อะสอง เพื่อให้เธอได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดี จิตใจงอกงามเติบโตเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งยังไงยังงั้น

ลองไปใช้บริการการปรึกษาแบบนี้ดูสิ บางทีปัญหาของเธอก็อาจเกินความสามารถของเพื่อนที่เธอขอคำปรึกษาอยู่ก็ได้นะ.

Tags: , , , , , ,

Jan 16

สำหรับน้องๆหรือใครก็ตามที่อยากรู้ว่าจิตวิทยาปรึกษาเขาทำกันอย่างไร หรือคนกำลังมีปัญหาอยากให้ช่วยเหลือทั้งเบาและหนัก ลองมาร่วมกิจกรรมนี้ดูสิ

เติมเต็มชีวิตด้วยจิตวิทยา

โครงการ เติมเต็มชีวิต ด้วยจิตวิทยา
(เสวนา/ปรึกษากลุ่ม-บุคคล/Hotline)
จัดโดย: จิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ร่วมกับ สสส. เปิดบริการอบรม ให้คำปรึกษาและHotline


โครงการเติมเต็มชีวิต ด้วยจิตวิทยา โดยโครงการ ป.โทจิตวิทยาการปรึกษา จับมือ สสส. มอบของขวัญปีใหม่ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและความพอเพียงแก่บุคคลทั่วไป
เปิด 3 บริการสังคม (เสวนา-ให้คำปรึกษา-Hotline)
เสวนาเริ่มด้วยเสวนาความรู้ความเข้าใจจิตวิทยาเติมเต็มชีวิต(รวม 4 หัวข้อ)
เสวนาครั้งที่ 1ขาดสุข…เติมอย่างไรจึงจะพอ: ชีวิตไม่เคยพอเพียง ยิ่งได้มากยิ่งขาดแคลน” วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 51 ห้องศศ. 301 ตึกเรียนศิลปศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เสวนาครั้งที่ 2ขาดรัก…เติมอย่างไรจึงจะพอ? : ความรักสร้างปัญหาสังคม? รักไม่มีคำว่าพอ” วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ณ ห้อง SC 204 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
เสวนาครั้งที่ 3  “ขาดคุณค่า: วิกฤติศรัทธา ตัวตนที่หายไป” วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ห้อง ศศ.301 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เสวนาครั้งที่ 4 “เติมเต็มชีวิต: พอเพียงอย่างไร มีความสุขและมีความหมาย”วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ห้อง ศศ.301 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
รับจำนวนจำกัดหัวข้อละ 50 ท่านเท่านั้น
สอบถาม/สำรองที่นั่งที่ คุณปาล์ม 081-438-3269 และคุณพีซ 081-458-0226

:-)

และพิเศษ ! กับ 2 บริการต่อเนื่อง คือ การปรึกษาแบบกลุ่มหรือเดี่ยวและ เปิดสาย Hotline สายด่วนบริการให้คำปรึกษา สำหรับท่านที่สนใจประยุกต์หลัก ความรู้ความเข้าใจจิตวิทยาสู่การปฏิบัติ หรือต้องการคลี่คลายปัญหา และพัฒนาตนเอง โดยการปรึกษาแบบกลุ่ม จัดรุ่นแรก วันที่ 2 ก.พ.51 และรุ่นที่ 2 วันที่ 9 ก.พ.51นี้ (รับสมัครทั้งหมด 4 รุ่น) สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ากลุ่มสามารถรับบริการ ปรึกษารายบุคคล นัดพบในวันเวลาราชการหรือโทรเข้ามารับบริการที่เบอร์ Hotline 083-078-3949 (เปิดสาย15 มกราคม- 31มีนาคม 51 เวลา13.00-22.00 น.)เข้าร่วมฟรี!!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ การ การ!

 

เนื้อหาข่าว
อ่านเพิ่มเติมที่นี่ ▼ Show me! ▼