Mar 24

อัจฉริยะ!!!…..ฉันจะเป็นได้มั้ยนะ???? 

By Pla

          ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ เลยว่าถ้าฉันเป็นอัจฉริยะแล้วชีวิตฉันจะดีกว่านี้มั้ย มีคนบอกว่าคนเราอย่างน้อยจะฉลาดด้านใดด้านหนึ่ง ( หมายถึงคนปกติทั่วๆไปนะ ) บางคนก็มีสองหรือสามด้าน โดยทั่วๆไปก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับ การใช้ ( แต่ไม่ใช่การรับใช้นะ ) แล้วก็การจดจำข้อมูล คุณ ดร.โธมัส อาร์มสตรอง ( ใครรู้จักช่วยบอกฉันทีนะ ) ได้จำแนกความสามารถทางสติปัญญาด้านต่าง ๆ ไว้หลายด้านด้วยกัน คุณจะลองดูมั้ยล่ะ ว่าคุณมีความสามารถด้านไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ฉันก็อยากรู้เหมือนกันล่ะว่าฉันจะเป็นอัจฉริยะกับเค้าได้มั้ย

01imagination.jpg

  • ด้านการมีจินตนาการ  มันเกี่ยวข้องกับความคิดทางมโนภาพ คนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้จะสามารถนึกภาพรายละเอียดต่าง ๆ ได้ วาดหรือร่างความนึกคิดของพวกเขาให้เป็นรูปภาพ นึกถึงผลลัพธ์สุดท้ายได้อย่างมีชีวิต ชีวา และพวกเค้าก็เข้าใจมิติทั้งสามได้อย่างง่ายดาย ( สงสัยฉันหมดสิทธิ์เป็นอัจฉริยะด้านนี้แล้วล่ะ เพราะฉันสอบตกวิชาศิลปะ )

02language.jpg

  • ด้านภาษาศาสตร์ เป็นความสามารถในการโต้คารม การใช้ภาษาเพื่อทำให้เพลิดเพลิน หรือการสอนที่มีประสิทธิภาพจากการอธิบายด้วยคำพูด คนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้มักจะรักการอ่าน มีความสามารถในการเขียนได้อย่างชัดเจนแล้วก็สามารถเก็บเกี่ยวความหมายจากสื่อสิ่งพิมพ์ได้มากกว่าสื่อทางการพูดหรือทางการมองเห็นอีกด้วย ( อันนี้ฉันก็คงเป็นไม่ได้ เพราะฉันฟังขี้เกียจอ่านหนังสือชะมัดเลย )

03relation.jpg

  • ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เป็นความสามารถในการเข้าใจและทำงานร่วมกับบุคคลอื่น มันเกี่ยวกับความสามารถในการตอบสนองอารมณ์ เจตนา และความปรารถนาของผู้อื่น มองทะลุถึงความคิดของคน และเห็นโลกในมุมมองของเขาเอง ( อันนี้…ไว้ตัดสินใจอีกทีแล้วกัน )

04music.jpg

  • ด้านดนตรี เป็นความสามารถของบุคคลในการเข้าใจ ซาบซึ้งและสร้างสรรค์จังหวะและท่วงทำนองของดนตรี พวกเขามักจะมีประสาทหูดี สามารถร้องเพลงได้มีจังหวะจะโคน ใช้เวลาส่วนมากกับดนตรี และสามารถแยกแยะรูปแบบดนตรีที่แตกต่างกันได้ ( โห…ฉันห่างไกลจากคำว่าอัจฉริยะด้านดนตรีที่สุดเลย ฉันเคยสอบตกวิชาดนตรีด้วยล่ะ แม้แต่เพลงช้างฉันยังร้องเพี้ยนเลยอ่ะ )

05physical.jpg

  • ด้านกายภาพ เป็นพวกที่ประสาทสัมผัสดี ต้องการเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ มีความพร้อมของร่างกาย คนพวกนี้มักจะรู้สึกถูกกระตุ้นโดยสัญชาตญาณในการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ( ฉันคงไม่ใช่อัจฉริยะด้านนี้เพราะกิจกรรมที่ฉันชอบทำที่สุดคือ การนอน )

06mind.jpg

  • ด้านการเข้าใจถึงจิตใจ เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายในตนเอง คนพวกนี้จะมีความสามารถในการรับรู้และวิเคราะห์ความรู้สึกแยกแยะการตอบสนองทางอารมณ์ และชี้แนะชีวิตของพวกเขาบนพื้นฐานของความปรารถนาจากส่วนลึกภายในตนเอง ( ฮ้า…ฉันเจอแล้ว ฉันเป็นอัจฉริยะด้านนี้แหละ ใช่เลย )

07mathlogic.jpg

  • ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ มักเกี่ยวข้องกับการใช้ตัวเลขและตรรกะ คนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้จะมีความสามารถในการใช้เหตุผล จัดเรียงลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ สร้างทฤษฏี เห็นแนวคิดในการสร้างทฤษฏีและสิ่งที่นอกเหนือกฏเกณฑ์ สังเกตได้ถึงแบบแผนของตัวเลข พวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นคนที่มีเหตุผลมากๆเลยล่ะ ( ฉันก็เป็นคนมีเหตุผลนะ แล้วก็เป็นพวกชอบสร้างทฤษฎีใหม่ๆด้วย - อาจารย์ที่สอนฉันบอกฉันประจำเลย แต่มีข้อขัดแย้งนิดหน่อย คือว่า ฉันตกเลข….อีกแล้ว งั้นฉันคงไม่ใช่อัจฉริยะด้านนี้แน่เลย )

          ว่าแต่คุณเถอะถนัดด้านไหนล่ะ อาจจะไม่ถึงกับเป็นอัจฉริยะแต่ถ้าคุณรู้ว่าคุณควรเรียนอย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องสร้างทักษะ คุณอาจจะเรียนรู้ได้ดีโดยการฟังมากกว่าการอ่าน อาจจะเรียนรู้ได้ดีเมื่ออยู่คนเดียวมากกว่าเมื่อต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนอื่น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าตอนนี้คุณจำเป็นต้องเลือกสาขาใดสาขาหนึ่ง หรือวิชาใดวิชาหนึ่ง ก็ขอให้คุณเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการเรียนรู้ของคุณก็แล้วกัน…

Tags: , , , ,

Jan 31

เรื่อง: พี่หมีแห่งไซโคล่า 

วันนี้ดูรายการเป็นต่อ ช่องสาม ตอนดึกๆ

ช่วงดึกๆเนี่ย ในทีวีเขาอนุญาติให้มีการโฆษณาเหล้าได้ ที่ทำได้เพราะมีกฏหมายบอกว่า ถ้าบริษัทคุณจะโฆษณาเหล้า คุณจะต้องพูดถึงแต่สิ่งดีๆเพื่อสังคม

นึกออกบ้างมั้ย เช่น 
sangsom แสงโสม “คนไทย ถ้าจะตั้งใจทำอะไร ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก”
heineken ไฮเนเก้น ก็จะพูดถึงความสนุกกับเหล่าเพื่อนใหม่

และเหล้า เบียร์อื่นๆก็เป็นแนวนี้ จะเห็นว่ามันจะโฆษณาด้านดีๆของสังคมเท่านั้น

ที่กฎหมายออกมาแบบนี้เพราะคงเห็นว่า บริษัทคุณขายเหล้ามอมเมา จึงต้องทำสิ่งดีๆชดเชยแก่สังคมบ้าง

แต่หารู้ไม่ว่าการเอาสิ่งดีๆมารวมกับเหล้ากับเบียร์ซึ่งในสังคมก็เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันทำให้คนที่ดูโฆษณาเนี่ยรู้สึกว่าเหล้ามันดี เหล้ามันทำให้สังคมดีขึ้น

คนคิดไปอย่างนั้นได้ยังไง!?

ที่บอกว่าคนอาจคิดแบบนี้ก็เพราะว่า คนเราชอบเชื่อมโยงเรื่องหนึ่งให้เข้ากับเรื่องหนึ่ง ซึ่งบางทีมันอาจจะเกี่ยวหรือไม่ได้เกี่ยวกันเลย แต่ก็ดั๊นเอามาโยงได้ เช่น บางคนที่เรียนรด.มาจะเอาเสียงนกหวีดกับล้มตัวหมอบเข้าด้วยกัน  เพราะครูฝึกจะเป่านกหวีด แล้วหลังเป่านกหวีดครูฝึกก็จะตะโกนสั่งให้หมอบ ใครไม่หมอบก็โดนทำโทษ
ลองไปถามคนที่เรียนรด.ดูสิ ปี๊ด!ทีไรหมอบ!ทู๊กที

แต่ก่อนที่จะเชื่อมมันเข้ากันได้นั้น คนจะต้องเห็นซ้ำๆหรือได้ยินซ้ำๆ บ๊อยบ่อย จนมันเกิดการเรียนรู้ขี้นมา (Learning) ก็เหมือนกับพวกโฆษณาเหล้าพวกเนี้ย เขาก็ฉายซ้ำๆ หลายๆครั้งต่อวัน คนก็เลยเห็นบ่อยๆ แล้วจะค่อยๆเรียนรู้ว่า เหล้ามันไปเชื่อมกับสิ่งที่ดี แต่มันไม่ใช่อ่ะกิ๊ฟ! มันไม่ใช่! เหล้ามันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีอะไรมากมายเลย แต่คนก็ดันคิดไปอย่างงั้น….เนี่ยแหละเทคนิคการโฆษณา

ผมเลยคิดว่าที่กฏหมายออกมาบอกว่าให้บริษัทเหล้าต้องทำโฆษณาที่สร้างสรรค์สังคม ตรงนี้ ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยด้วยเหตุผลด้านจิตวิทยาการเรียนรู้

 รู้ทันโฆษณาไว้ก็น่าจะดี

Tags: , , ,