Mar 02

วิกฤติสังคมไทยและทางออก : มุมมองทางจิตวิทยา 

โครงการจัดปาฐกถาราชบัณฑิตสัญจร
เรื่อง วิกฤติสังคมไทยและทางออก : มุมมองทางจิตวิทยา
โดย ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต
จัดโดยสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสถาน ร่วมกับโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
ณ ห้องประชุม 130 ปี กุลสตรีวังหลัง-วัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551
เวลา 8.30-16.30 น.

1. หลักการและเหตุผล
          ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2544 กำหนดให้ราชบัณฑิตยสถานมีอำนาจหน้าที่ในมาตรา 7 (1) คือ “ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศและประชาชน” และ (2) “ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสานงานทางวิชาการกับองค์การปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ” อีกทั้งใน (3) “ให้ความเห็น คำแนะนำ คำปรึกษา ทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี” ส่วนใน (5) “ดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม พจนานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน บัญญัติศัพท์ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยและงานวิชาการอื่น ๆ” ซึ่งเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานและใช้กันแพร่หลายตลอดมา เพื่อปฏิบัติตามภารกิจดังกล่าวข้างต้นให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้นทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สำนักธรรมศาสตร์และการเมืองจึงได้ร่วมกับโรงเรียน วัฒนาวิทยาลัยจัดปาฐกถาราชบัณฑิตสัญจรขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ เรื่องวิกฤติสังคมไทยในแง่มุมมองทางจิตวิทยา และส่งเสริม สนับสนุน ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกให้ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และเสนอความรู้ในสาขาวิชาจิตวิทยา รวมทั้งเป็นเวทีให้ราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก และผู้สนใจได้พบปะแลกเปลี่ยนในประเด็นที่หลากหลายอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน

2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อส่งเสริมให้ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกค้นคว้า เสนอผลงานทางวิชาการต่าง ๆ อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
2.2 เพื่อเผยแพร่วิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างกว้างขวาง
2.3 สร้างเครือข่ายออกไปทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

3. เป้าหมายผู้ร่วมงาน
นักเรียน นิสิตนักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไป จำนวน 80-100 คน

4. ผู้รับผิดชอบโครงการ
4.1 ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต (จิตวิทยา) เลขานุการสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง
4.2 เจ้าหน้าที่ราชบัณฑิตยสถาน กองธรรมศาสตร์และการเมือง

5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
5.1 ทำให้การศึกษา ค้นคว้า วิจัย และการเสนอผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพออกสู่สาธารณชนมากขึ้น
5.2 กระตุ้นให้เกิดความสนใจและการศึกษา วิจัย ด้านจิตวิทยา ในมุมมองที่หลากหลาย
5.3 ทำให้เข้าใจสภาพวิกฤติสังคม ในรูปแบบที่เป็นมาตรการป้องกันและลดปัญหาได้
5.4 มีเครือข่ายออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น

กำหนดการจัดปาฐกถาราชบัณฑิตสัญจร
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551
8.30 น. ลงทะเบียน
9.00 น. พิธีเปิด กล่าวต้อนรับ : ผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
                         กล่าวเปิดงาน : ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต เลขานุการสำนักฯ
9.15 น. รับประทานอาหารว่าง
9.30-12.30 น. การแสดงปาฐกถา เรื่อง วิกฤติสังคมไทยและทางออก : มุมมองทางจิตวิทยา โดย ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต เลขานุการสำนัก ธรรมศาสตร์และการเมือง
13.30-16.30 น. อภิปรายกลุ่ม เรื่อง ประเด็นปัญหาเด็กและเยาวชน รูปแบบการป้องกันและลดวิกฤติสังคมไทย

วิทยากร
1. ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต
2. รศ.นพมาศ อุ้งพระ ภาคีสมาชิก
3. นางเสริมศรี ไชยเศรษฐ์
4. นางพรรณมหา วุฒิวโรภาส

คณะทำงานจัดปาฐกถาราชบัณฑิตสัญจร
(1) ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ ราชบัณฑิต
(2) รศ.นพมาศ อุ้งพระ ภาคีสมาชิก
(3) นางเสริมศรี ไชยเศรษฐ์
(4) นางพรรณมหา วุฒิวโรภาส
(5) นางสาวรสสุคนธ์ ศิลปศร
(6) นางสาวประภาศรี ครองยุทธ
(7) นางสาวปราณี ณ นคร
(8) นางสาวนุชจรินทร์ สิทธิสรรค์
(9) นางวิราวรรณ์ พงษ์ธนะ
(10) ผู้อำนวยการกองธรรมศาสตร์และการเมือง (นางสาวศิริพร อินทรเชียรศิริ)
(11) นางจำเรียง จันทรประภา
(12) นางกนกวรรณ ทองตะโก
(13) นางวาสนา เอกสิทธิ์

 ที่มา: http://www.royin.go.th/upload/246/FileUpload/1405_4021.pdf

Tags: , , , ,

Mar 02

ROYIN เปิดให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม

ROYIN

ROYIN          อะไรคือ Royin??? ก็คือย่อมาจาก Royal Institute จ้า คือ ราชบัณฑิตยสถานนั่นเอง
          ROYIN ได้เปิดศูนย์ให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม  เพื่อช่วยคลายปัญหาชีวิตที่เต็มไปด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความขัดแย้งในใจ อันมีผลต่อบุคลิกภาพและสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ

          น้องๆขอรับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่น ก็ไปรับการปรึกษาได้หมด
          โดย ROYIN จัดให้มีบริการให้คำปรึกษา เพื่อลดสภาวะความเครียดทางจิตใจและอารมณ์และส่งเสริมให้ประชาชนมีเจตคติที่ดีต่อตัวเอง
          ถ้าอยากใช้บริการนั้น ศูนย์ให้บริการปรึกษาทางจิตวิทยาและสังคม จะเปิดให้บริการในวันดังนี้-.

                    วันจันทร์ 10.00-12.00 น
                    วันพุธ 10.00-12.00 น
                    วันศุกร์ 10.00-12.00 น.

          และสามารถให้บริการทางโทรศัพท์หรือนัดหมายล่วงหน้า ได้ที่เบอร์โทร 02-356-0466-70 ต่อ 5045
          ถ้ามีปัญหาโทรไปเลยนะ ตามเวลาที่บอกไว้ อย่าปล่อยให้ปัญหามันใหญ่ขึ้นๆล่ะ.

ที่มา: http://www.royin.go.th/th/news/news-content.php?ID=316

Tags: , , , , , , , , , ,

Feb 24

ประชาสัมพันธ์ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิตวัยรุ่น จิตวิทยา มศว
PCT : Psychology Camp for Teens

PCT: Psychology Camp for Teens

          ตอนนี้ อากาศกำลังร้อนๆ อยู่บ้านน้องๆ คงเบื่อๆ กันมากมาย พี่ๆ ชาวจิตวิทยา มศว จึงอยากเชิญชวนน้องๆ ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1. กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 5 ในปีการศึกษา 2550
2. มีเวลา  แรงกาย และแรงใจ พร้อมที่จะทุ่มเทในการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น
3. สามารถค้างคืน ภายใต้การดูแลของอาจารย์ และคณะผู้จัดค่าย ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ (องครักษ์) เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน  ในช่วงวันที่ 21 - 23 เมษายน 2551 ได้
4. ต้องการนำสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมค่ายครั้งนี้ไปปรับประยุกต์ใช้กับตนเอง และใช้ศักยภาพในการช่วยเหลือสังคมต่อไป

          มาเข้าร่วม  “ค่ายพัฒนาทักษะชีวิตวัยรุ่น”  ภายใต้โครงการ “บูรณาการศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” หรือ เรียกสั้นๆว่าค่าย PCT : Psychology Camp for Teens ซึ่งจัดโดย ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ จิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ขึ้นในระหว่างวันที่  21 - 23 เมษายน 2551 ซึ่งมีรูปแบบค่ายเป็นค่ายแบบค้างคืน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้และทำกิจกรรมได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์และวัยรุ่น เข้าใจสาเหตุของพฤติกรรม และเป้าหมายของการมีชีวิต  การมีการสำรวจวิเคราะห์ประเมินตนเองในมิติต่างๆ ของคุณภาพชีวิต  เพื่อให้เข้าใจแนวทางพื้นฐานของพฤติกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต  สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนได้อย่างเหมาะสมต่อไปในอนาคต

          โดยน้องๆ ที่สนใจ สามารถDownload ใบสมัครจาก Link ข้างล่างได้เลย โดยจะเปิดรับสมัครน้องๆ ภายในช่วงวันที่ 1 - 31  มี.ค. 2551 นี้  อ่อ… เกือบลืมบอกว่าก็รับจำนวนจำกัดเพียงแค่ 40 - 50 คนเท่านั้นนะ! แต่ถ้าเข้าร่วมไม่ได้ แต่พอรู้จักคนที่สนใจ ก็รบกวนช่วยกันส่งต่อด้วยก็ดีจ๊า หรือถ้าน้องๆ สนใจเกี่ยวกับการเรียนจิตวิทยา ที่ มศว  ก็อาจสามารถแวะไปเยี่ยมชมได้ที่บทความจาก Web http://my.dek-d.com/writer/story/view.php?id=126807  ได้เลย

     สามารถ Download ใบสมัครได้ตาม Link นี้ :
http://www.freewebtown.com/tuamani/library/document/PCTcamp_Application_Form.doc

     สามารถ Download กำหนดการของค่าย  ได้ตาม Link นี้ :
http://www.freewebtown.com/tuamani/library/document/Camp_Schedule.doc

     สามารถสอบถามข้อมูลค่ายเพิ่มเติมได้ที่ mail : psychoswu@hotmail.com หรือ พี่ตั้ว เบอร์ 08-1914-4681 หรือ พี่โย เบอร์ 08-9675-9594 ภายในช่วงเวลา  18.00 - 21.00 น. เท่านั้นนะจ๊า

Tags: , , , , ,

Feb 21

          ศิลปะเป็นศาสตร์ อย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างคุณค่าทางจิตใจได้เช่นกัน แม้บางครั้งคนที่วาดรูปนั้น อาจไม่มีความรู้ความชำนาญด้านศิลปะเลยก็ตาม แต่ลายเส้นและสีสันที่สะท้อนออกมา จากปลายพู่กัน ก็สามารถสร้างความสุขทางใจได้ พนักงานบริษัทบีบีดีโอ กรุงเทพ เอเยนซี่ด้านโฆษณา จึงร่วมกันจัดโครงการ “Brain Helping Brain Project” (โครงการสมองช่วยสมอง) แบ่งปันความรู้ความสามารถ

โครงการสมองช่วยสมอง

          เพื่อสร้างความสุขให้แก่เด็กพิการทางสมอง ที่ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา นอกจากจะเลี้ยงอาหารกลางวันมื้ออร่อยแก่น้องๆได้อิ่มหนำสำราญแล้ว พี่ๆชาวบีบีดีโอยังรวบรวมทีมงานเฟรมผ้าใบ สีอะครีลิก มาชวนน้องๆวาดรูปกันอย่าง สนุกสนานอีกด้วย พร้อมนำผลงานศิลปะที่เกิดจากจินตนาการของเด็กๆมาจัดแสดง ณ ลานกิจกรรมโซนฟอรั่ม ชั่น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

          นายสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ซีอีโอฝ่ายสร้างสรรค์บริษัทบีบีดีโอ บอกถึงที่มาของโครงการดีๆ แบบนี้ว่า เนื่องจากบริษัททำงานด้านโฆษณา เป็นครีเอทีฟที่ต้องใช้สมองฟุ่มเฟือยทุกวัน เพื่อคิดหาไอเดียให้ลูกค้า จึงคิดขึ้นมาว่า หากวันหนึ่งสมองเราหยุดคิดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็คิดถึงเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สมองมีความบกพร่องไม่สามารถคิดอะไรได้ จึงเลือกที่จะไปใช้เวลาอยู่กับน้องๆที่ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกเด็ก พิการทางสมอง ที่แทบจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์การวาดรูปไปด้วย เพราะเชื่อว่า ศิลปะเป็นอาหารสมองและอาหารใจของน้องๆได้

โครงการสมองช่วยสมอง

          “โครงการสมองช่วยสมอง คือคนที่ใช้สมองฟุ่มเฟือยไปช่วยคนที่ไม่มีโอกาสได้ใช้สมอง อย่างน้อยก็ทำให้เห็นอีกด้านของชีวิต ผมได้วาดรูปกับ “น้องตั้ง” เด็กออทิสติก ที่เพิ่งหนีระเบิดมาจากใต้ ตอนช่วยกันวาดรูป ผมพยายามสื่อสารกับเขา แต่คุยลำบาก เพราะเหมือนเขาอยู่ในโลกตัวเอง การวาดรูปเหมือนเป็นการใช้ศิลปะบำบัดพวกเขา เราเองก็มีความสุข รูปที่ออกมาก็ดูสวยเป็นแอ็บสแตรก” นายสุทธิศักดิ์บอกเล่าถึง สิ่งที่ทำอย่างมีความสุข พร้อมมอบรายได้จากการจำหน่ายภาพวาดให้ศูนย์การเรียนรู้ พิเศษประภาคารปัญญา เพื่อเป็นทุนทรัพย์สำหรับช่วยเหลือเด็กพิการทางสมอง ต่อไปในอนาคต.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 20 ก.พ. 51  ไทยรัฐ

Tags: , ,

Feb 20

by MheeCola

เรื่องเล่างานวิจัย ตอน อะไรที่ช่วยให้เด็กๆออมเงินได้

หมูออมสิน

         วันนี้มีเรื่องเล่าจากงานวิจัยทางจิตวิทยามาให้อ่านกันนะ งานวิจัยนี้อิมพอร์ตมาไกลจากประเทศแคนาดาเลยล่ะ งานวิจัยน่าสนใจทำโดยทีมของคุณ Erskine และผองเพื่อน

         ทีมวิจัยนี้อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องการออมเงิน, ประสบการณ์ทำงาน และลักษณะของกลุ่มเพื่อนของเด็กๆเยาวชน ที่มีอายุตั้งแต่ 12-24 ปี ในประเทศแคนาดา พวกเขาอยากรู้ว่า เจ้า3สิ่งที่บอกไปก่อนหน้านี้นั้นมันจะเกี่ยวข้องกันยังไงหรือเปล่าน้า ทีมวิจัยก็ไปสำรวจแล้วพบผลว่า เด็กที่มีกลุ่มเพื่อนที่มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นกลุ่มที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิต กลุ่มนี้มักจะออมเงินมากกว่าคนที่มีกลุ่มเพื่อนแบบอื่นๆ และก็จะออมเงินด้วยเหตุผลเพื่อการศึกษาในอนาคตของตนเองเยอะกว่าเป็นพิเศษ

เงิน

          นอกจากนี้ก็พบว่าเด็กที่เคยทำงานมาแล้ว ทั้งคนที่ยังเรียนอยู่หรือไม่ได้เรียนแล้วก็ตาม พวกเขาก็มักจะออมเงินมากกว่าเด็กที่ยังไม่เคยทำงานเลย ส่วนเด็กที่ทำงาน Part-time ก็จะออมเงินเหมือนกันแต่จะออมเพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาให้ตนเองเท่านั้น

ทำงานพิเศษหารายได้ระหว่างปิดเทอม

          ผลการวิจัยของทีมนี้ก็ทำให้ผมเห็นว่าถ้าผู้ใหญ่อยากสนับสนุนให้เด็กๆออมเงินกันอย่างจริงจัง ก็ควรจะส่งเสริมให้เด็กได้มีประสบการณ์การทำงานและคำนึงถึงตัวแปรด้านกลุ่มเพื่อนๆของคุณลูกคุณหลานของท่านเองด้วย

          เด็กๆเองก็ควรเลือกคบเพื่อนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ใฝ่ความสำเร็จบ้าง ส่วนเพื่อนเที่ยวเล่นสนุกสนานเฮฮาก็คบได้ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่ลองคบเพื่อนทั้งสองกลุ่มไปพร้อมๆกันก็น่าจะดีต่อเด็กๆเองแหละ

เงิน

         ทีนี้ขอเล่าประสบการณ์ตรงซึ่งมันเป็นไปตามการวิจัยนี้ด้วยล่ะ อย่างส่วนตัวผมเองก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่เขาทำงานหาเงินและก็เก็บเงินจนตอนนี้มีเงินอยู่ในบัญชีเป็นแสนๆบาทแล้วล่ะ ผมก็เห็นตัวอย่างจากเพื่อนคนนี้นี่แหละ มันเลยทำให้ผมใส่ใจกับเรื่องเงินๆทองๆมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญพอๆกับเรื่องเรียนและเรื่องความรักเลยนะ จนปัจจุบันนี้ทำให้ตัวผม จากที่ไม่เคยออมเงินได้เลยกลับมาเป็นคนที่มีเงินออมส่วนตัวแล้วล่ะ

ทุบกระปุกหมู

         เรื่องออมเงิน คุณก็คงเคยออมใช่ป่ะ หยอดกระปุกออมสิน ฝากเงินเข้าธนาคารอะไรแบบนั้นก็น่าจะเคยทำมากันบ้างแล้ว แต่มันเก็บไม่อยู่ใช่ไหมล่ะ ออมทีไร เงินหายทู๊กที เอาล่ะ เมื่อพูดถึงสาเหตุที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการออมเงินเนี่ย ก็เลยนึกถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เขาบอกไว้ว่าเป็นเพราะคนๆนั้น ขาดเป้าหมายในการออม (Goal) คือ คุณไม่รู้ว่าจะออมเงินไปทำไม เพื่ออะไรและเพื่อใคร แล้วทีนี้คุณจะบอกได้ยังไงว่ามันควรจะเรียกว่าประสบสำเร็จตอนไหนล่ะ จริงไหม อย่างน้อยคุณต้องมีเป้าหมายในใจว่า จะออมเพื่ออะไร เพราะ เป้าหมายในการออมนั้นมันจะทำให้การออมสามารถทำได้จริง

ออมเพื่ออนาคต

         เรื่องของอายุก็เกี่ยวข้องกับการออมนะ คนที่อายุต่างกันก็มีเป้าหมายในการออมต่างกันด้วย คือ เด็กที่มีอายุแก่กว่าก็จะบอกว่าตัวเองออมเพื่อความต้องการของตนในอนาคต ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่าก็จะบอกว่า ตัวเองออมเงินไปเพื่อซื้อสิ่งของอันใดอันหนึ่ง เช่น หนูจะเก็บเงินเอาไว้แล้วจะได้ซื้อ Playstation 3 จะได้ซื้อบาร์บี้

วัยรุ่น

         คนที่มีอายุเยอะกว่าก็จะคิดถึงเรื่องเงินออมมากกว่าคนที่อายุน้อย เพราะ พัฒนาการทางด้านความคิดจะไม่เหมือนกัน อย่างวัยรุ่นจะไม่ค่อยคิดหรอก เจ้าเรื่องเงินองเงินออมเนี่ย เพราะ วัยรุ่นน่ะจะไม่ค่อยคิดถึงอนาคตเท่าไรนัก สังเกตดูสิว่าวัยรุ่นชอบที่จะจ่ายมากกว่าเก็บออมเพื่ออนาคต จริงไหม

ออมเงินอย่างมีเป้าหมาย

         ถ้าอย่างนั้นแล้ว เด็กๆลองมาออมเงินอย่างมีเป้าหมายกันดูไหมล่ะ แล้วจะรู้สึกภูมิใจแน่นอน เมื่อเห็นตัวเลขเงินเก็บในสมุดบัญชีที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นและที่สำคัญมันมาจากความอดทนและความตั้งใจของตัวเราเองนี่แหละ

         วันนี้ก็ไม่มีอะไรนอกจากจะเพียงแค่เตือนเด็กๆเอาไว้ในเรื่องเงินๆทองๆเท่านั้นเองแหละจ้า.

ลิงค์
ใครสนใจทำงานช่วงปิดเทอม คลิกดูรายชื่อบริษัทที่นี่

ที่มา: จากงานวิจัยเรื่อง Peer crowds, work experience, and financial saving behaviour of young Canadians ของ Erskineและคณะ ดูได้ในเว็บ www.sciencedirect.com

Tags: , , , ,

Feb 18

แม่ : ทำการบ้านหรือยังลูก?
คุณ : เดี๋ยวก่อนแม่ เดี๋ยวค่อยทำ

ครู : อีก 1 เดือนมีสอบมิดเทอมแล้วนะจ้ะนักเรียน
คุณ : เดี๋ยวก่อน ชิลล์ๆ ค่อยอ่านก่อนสอบ 1 สัปดาห์

เพื่อน : แก อ่านเคมี อ่านสังคม อ่านเลขยังวะ?
คุณ : เดี๋ยวค่อยอ่าน ยังไม่มีอารมณ์ว่ะ

เพื่อน : แก พรุ่งนี้สอบเคมีแล้วนะเว้ย
คุณ : แง แง จริงเหรอ เวรล่ะสิ ทำไงดี ยังไม่ได้อ่านเลย โอยเครียดดดดดด สงสัยต้องโต้รุ่งซะแล้ววววววว ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆ! แกต้องช่วยเรานะ Please please.
เพื่อน : ไม่ช่วย! ฉันยังเอาตัวไม่รอดเลย!
คุณ : แง๊——————————ง T-T

เคยเป็นกันบ้างหรือเปล่า นิสิยแย่ๆที่เรียกว่า ผัดวันประกันพรุ่ง
เป็นนิสัยที่นักเรียนมักจะเผลอตัวทำมันไป วันนี้มารู้วิธีการสลัดนิสัยด้วย slide นี้กันดีกว่าจ้ะ

แต่ก่อนจะไปดู Slide ลองมาดู Music Video เพลง ได้ไหม…ถ้าฉันจะบอกว่ารักเธอ ของ Lydia
ซึ่งกว่าจะได้บอกรักซักที มันอาจจะสายไป ผมก็ไม่รู้ว่า Lydia มัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งหรือเปล่า 555

*ถ้าภาพมันเล็ก ก็คลิก”ดูภาพเต็ม” เพื่อขยายรูปได้นะ

This SimpleViewer gallery requires Macromedia Flash. Please open it in your browser or get Macromedia Flash here.
This is a WPSimpleViewerGallery

นิสัยดีๆทำได้ง่าย เพียงแค่เริ่มต้นทำจริงๆ ไม่ใช่แค่คิด

Tags: , , , , , ,

Feb 18

by เป้ pay39.spaces.live.com

ดูดวง - กรรม - การกระทำ

ภาพประกอบบทความดูดวง

ดูดวง??

     ถ้าพูดถึงเรื่องดูดวงเราว่าทุกคนก็คงเคยดูกันแหละ ไม่ว่าจะดูขำๆจากนิตยสาร หรือไปดูจริงจังกับหมอดู เราเองก็เคยดูมาหลายแบบแล้วล่ะ แต่เคยไปดูกับหมอดูก็เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว

ภาพประกอบบทความ: ดูดวงไพทาโร่ต์

     แบบว่านั่งอยู่มหาลัยช่วงเย็นๆ ว่างๆ ก็คุยกับเพื่อนเรื่องดูดวง เลยพากันไปให้อาจารย์คนหนึ่งดูลายมือ อาจารย์ก็น่ารักมากมาย ถึงแม้กำลังจะกลับบ้านแล้วแต่ก็อุตส่าห์ดูให้ ตอนแรกดูกันสองคน ตอนหลังมาดูกันใหญ่ สนุกกันเลย 555 พอมาเล่าให้เพื่อนเก่าฟัง มันก็เลยอยากดูบ้าง เลยพาไปดูแถวตลาด เป็นไพ่ยิปซี เราก็ดูขำๆ แต่พอได้ดูดวงจากสองที่ เอามาเทียบกันรู้สึกแตกต่างกันมากเลยแฮะ   

ภาพประกอบบทความดูดวง

     อาจารย์ที่ดูลายมือให้ที่เล่ามาตอนแรก เขาก็จะบอกว่าอย่าไปยึดมันมาก เส้นมันบอกแค่แนวโน้มในชีวิตเรา แต่มันจะเป็นจริงได้ไหม ก็ขึ้นกับตัวเราด้วย แต่ว่าหมอดูที่ตลาดนี่แบบ โอ้โห อยากได้อะไร ต้องไปบนที่โน่นที่นี่นะ แล้วจะได้แก้เคล็ด ดวงจะดีขึ้น พอกลับมาคิดแล้วก็รู้สึกว่า การดูดวงเนี่ย ถ้าคนที่เชื่อไปหมด ไปเจอกับหมอดูแบบนี้ก็อันตรายน่าดูว่ะ

     คนที่เชื่อซะทุกอย่างที่หมอดูทำนาย ถ้ามาเจอหมอดูที่บอกแต่ให้ไปบน ไปทำนู่น ทำนี่อะไรงี้ก็ตายกันพอดี จะนอนงอมืองอเท้ารอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไปขอไว้ช่วยให้สมหวัง แล้วมันจะเป็นไปได้ไงล่ะ เหอๆ

ภาพประกอบบทความดูดวง

     อีกอันนึงที่อันตรายก็คือ คนจะเชื่อดวงมากไปจนในที่สุดมันก็เป็นตามนั้น หรือที่เรียกว่า Self-fulfilling prophecy ( คือ คำทำนายที่มันเป็นจริงขึ้นมา) เช่นถ้าหมอดูทักว่าช่วงนี้จะแย่หน่อยนะ ก็จะเริ่มนอยด์ เริ่มคิดมากละ “อุบ๊ะ! ฉันจะเจอไรซวยๆอีกนะ” แล้วพอเจอเรื่องซวยๆขึ้นจริง เราก็จะยิ่งไปย้ำอีกว่า “บ๊ะ! แม่ง ซวยจิงๆด้วยว่ะ” แต่ถ้าเจอเรื่องดีๆ ก็ดีใจไป แล้วก็จบแค่นั้น       

ภาพประกอบบทความดูดวง: ฮวงจุ้ย

     แต่ที่พูดอย่างนี้ ไม่ได้บอกว่าเราไม่เชื่อเรื่องดวงนะ เราก็เชื่อ แต่เชื่อในลักษณะที่มันคือกรรมของเราที่ส่งผลให้เจอเรื่องต่างๆในปัจจุบัน และกรรมก็คือการกระทำของเรานี่แหละ ที่นี้ก็เลยสงสัยว่าในเมื่อเราเชื่อในการกระทำของตัวเองแล้วจะไปดูดวงทำไม

     คิดๆดูแล้วที่ไปดูก็เพราะว่าขี้เกียจแหละ 55 ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดี แทนที่จะค้นหาด้วยตัวเอง ก็โยนความรับผิดชอบไปให้หมอดูซะเลย “นี่..หมอดู บอกมาหน่อยว่าอนาคตจะเป็นไง ทำงานอะไรดี คนที่คบอยู่เป็นแบบไหน จะมีแฟนเมื่อไร” 555 ใครคิดว่าตัวเองดูดวงเพราะอะไรก็บอกด้วยละกัน อยากรู้

ภาพประกอบบทความดูดวง: นักษัตร

     ก็ฝากไว้ละกันสำหรับคนชอบดูดวง ว่าทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ลงมือทำนะ

     ถ้าว่างๆลองอ่านอันนี้ดู เป็นไดอารี่ของพี่ปอย วงPortrait อ่านแล้วได้อะไรเยอะดี คนเหนือดวง แล้วก็อันนี้ นรกของผู้แพ้ อ่านแล้วให้กำลังใจดี  (ลิงค์อยู่ที่ท้ายเรื่องนะ)

ป.ล. อยากดูดวงเป็นมั่งว่ะ เอาไปใช้กับ Counseling เวิร์คน่าดู หะๆ

ภาพประกอบบทความดูดวง: ดวงดาว

เสริม
ความคาดหวังสร้างความจริง หรือ Self-fulfilling prophecy อ่านว่า “เซลฟ์-ฟูล-ฟีล-ลิ่ง-โพร-เฟ-ซี่” คือ คำกล่าวที่มีผลทำให้คำกล่าวนั้นเป็นจริงขึ้นมาทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

ลิงค์
คนเหนือดวง http://inmydream.diaryis.com/?20070726
นรกของผู้แพ้ http://inmydream.diaryis.com/?20070830

ขอขอบคุณรูปภาพจาก veer.com, sanook.com, siamha.com

Tags: , , , , , ,

Feb 17

  by NusNus

ฉลาดนั้นสำคัญไฉน

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน

                ตอนนี้มีสินค้าอะไรต่อมิอะไรให้ซื้อเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ สินค้าที่สร้างความบันเทิงความสนุกสนาน ไปจนถึงสินค้าที่ซื้อความฉลาด อย่างตอนดูทีวีหรือขึ้นรถไฟฟ้าก็จะเห็นคุณหนูดีที่เป็นพรีเซนเตอร์สินค้ายี่ห้อหนึ่งโดยมีคอนเซปส่งเสริมความสามารถทางสมองโดยการฝึกฝน และการดูแล (เช่นการกินผลิตภัณฑ์ที่ว่า) โดยสินค้าที่ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ช่างเหอะเพราะนี่คือคอลัมน์จิตวิทยาไม่ใช่เภสัช หรือการตลาด

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : สมอง

                “ความฉลาด” เกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างแน่นอน เพราะความฉลาดก็มีผลต่อพฤติกรรม (ความคิด หรือการกระทำ) ของบุคคล ส่วนเรื่องที่ว่าฉลาดคืออะไรนั้นก็มีทฤษฎีที่อธิบายไว้หลากหลายมากมาย แต่เอาเป็นว่าฉลาดก็คือคิดหรือทำอะไรได้เก่ง หรือคำว่าฉลาดที่ทุก ๆ คนเข้าใจก็แล้วกัน

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : พ่อแม่

                ค่านิยมว่าคนควรจะฉลาดนั้นคงมีมานานแล้ว เพราะผู้เขียนคอลัมน์เองตั้งแต่เกิดมาก็ถูกครอบครัวส่งเสริมให้ลูก ๆ ฉลาดอย่างยิ่งยวด และคิดว่าคุณปู่ ย่า ตา ยาย ก็น่าจะส่งเสริมให้ลูก ๆ ตัวเองฉลาดเช่นกัน (ไม่เคยได้ยินว่าใคร ๆ อยากให้ลูกตัวเองโง่)

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : ถ้าฉลาดก็จะอยู่รอด

                ความฉลาดมีความสำคัญจริง ในแง่ของความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต สัตว์ที่ฉลาดก็น่าจะรู้วิธีหาอาหาร ล่าเหยื่อ หรือหลบหลีกอันตรายได้ดีกว่า ความฉลาดจึงเป็นคุณลักษณะที่เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์รู้สึกได้ว่ามีประโยชน์จริง ๆ นั่นแหละ

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : สัตว์ฉลาดที่จะล่าเหยื่อ

                แต่ควรจะฉลาดขนาดไหนนั้น ถ้าเป็นสัตว์จะเห็นภาพชัดคือ ถ้าตัวไหนไม่ฉลาดพอที่จะหาอาหาร หรือหนีศัตรูก็มักจะไม่ค่อยมีชีวิตรอด แต่มนุษย์นั้นต่างกัน

                คนเราเป็นสัตว์สังคมที่ค่อนข้างเหนียวแน่น เราอยู่อย่างไม่มีผู้ล่า และอาหารเราก็อุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ป้าแจ่มหน้าปากซอย จนถึงร้านในพารากอน ความฉลาดที่จำเป็นที่คนเราจะมีชีวิตรอดน่าจะไม่ต้องมีมากขนาดนั้น แค่พอที่จะสื่อสารได้ ทำงานได้ หาเงินปัจจัยสี่ได้ก็อยู่รอดแล้ว พูดได้อย่างจริงจังว่าถ้าแค่เพื่อมีชีวิตรอด เราไม่ต้องฉลาดมาก เราก็อยู่ได้

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : มนุษย์มักเปรียบเทียบ

                แต่ปัญหาคือคนในสังคมชอบการเปรียบเทียบ ใคร ๆ ก็ไม่อยากน้อยหน้าใคร จะบอกว่า แกโง่กว่าฉัน มันก็ไม่น่าจะมีใครพอใจหรอก ใคร ๆ ก็อยากจะฉลาดมาก ๆ ทั้งนั้น ดูตัวอย่างจากค่าความฉลาดที่ใช้อย่างแพร่หลาย IQ (intelligence quotient) ก็คือค่าที่บอกว่าเราฉลาดกว่าคนทั่วไปขนาดไหน ถ้าจะให้พูดตรง ๆ คือถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหาว่าจะโง่หรือฉลาด เพราะยังไงก็คงไม่ฉลาดหรือโง่ไปกว่าใคร เราไม่ได้กลัวที่จะฉลาดน้อย แต่กลัวที่จะฉลาดน้อยกว่าคนอื่น

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : คุณมีความสุขหรือเปล่า

                เมื่อสามสี่เดือนก่อนได้ฟังสัมมนาวิชาการเรื่อง “ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับจิตวิทยา” โดยหัวข้อส่วนหนึ่งคือ “อัจฉริยะควรสร้างเพียงไร” ซึ่ง ผ.ศ. พรรณระพี สุทธิวรรณ ได้มาถกกันว่า แม่ ๆ ทุกคนก็อยากให้ลูกๆของตนฉลาด และความฉลาดนั้นจำเป็นจริง ๆ หรือ? ซึ่ง ผ.ศ. พรรณระพี ก็ตอบได้อย่างน่าฟังว่า ที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกฉลาด ก็เพราะว่าอยากให้ลูกเรียนเก่ง ๆ มีงานดี ๆ มีเงินดี ๆ ที่สุดแล้วก็เพื่อให้ลูกของตน “มีความสุข” นั่นเอง และที่ผ.ศ. พรรณระพี สรุปไว้อย่างพอใจผู้เขียนคอลัมน์คือ ความจริงก็ไม่ต้องทำให้ลูกฉลาดขนาดเป็นอัจฉริยะ แค่ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุข น่าจะดีกว่า ถ้าลูกต้องทนตรากตรำเรียนแล้วไม่มีความสุขแล้ว จะอัจฉริยะไปทำไม

                ดังนั้นก็ลอกบทสรุปมาเลยแล้วกันว่า ฉลาดเท่าที่ทำให้มีความสุขแล้วกัน

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : ใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์

                แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่ฉลาดจนอัจฉริยะจะไม่มีความจำเป็น หรือจะฉลาดมากๆไปทำไม เพราะมีวิทยาการเทคโนโลยีมากมายที่ทำให้โลกพัฒนา คิดค้นมาจากบุคคลอัจฉริยะเช่น ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษซึ่งคิดโดยไอน์สไตน์ หรือหลาย ๆ คนที่พูดได้เต็มปากว่าคนธรรมดา ๆ ไม่น่าคิดอะไรแบบนี้ได้

                และก็ไม่ได้แปลว่าจะส่งเสริมให้คนไม่ฉลาด แต่ควรจะพยายามเท่าที่ความสามารถของตนเองจะทำได้และกัน จะให้บวกเลขไม่เอา คูณเลขไม่ไหว หารทศนิยมก็ฆ่ากันดีกว่า ก็เกินไป

รูปภาพประกอบบทความฉลาดนั้นสำคัญไฉน : ใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์

                อย่าอยากฉลาดแค่ว่าต้องการฉลาดมากกว่าคนอื่นหรือฉลาดไปอวดใคร แต่ควรอยากจะฉลาดเพื่อที่จะใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์

                ฉลาดพอที่จะคิดค้นสูตรยาที่กินแล้วฉลาด ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฉลาดเท่ากันหมดก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องมาคิดว่าใครจะฉลาดกว่าใครอีกต่อไป

                ลดหัวข้ออวดลูกตัวเองของพ่อ ๆ แม่ ๆ กับชาวบ้านได้อีกด้วย
               ปริ้นต์ไปให้พ่อแม่ดูสิจ้ะ

               

Tags: , , , , , , , ,

Feb 16

หาที่นั่งนุ่ม เอนตัว คลิกเล่นเพลง เสียบหูฟัง หลับตา และเพลิดเพลินกับบทเพลง

ฟังเพลงสบายๆ ผ่อนคลายๆ ได้ง่าย

ลองหาที่นั่งนุ่มๆ คลิกเล่นเพลง เอนตัว เสียบหูฟัง หลับตา แล้วเพลิดเพลินไปกับเพลง จินตนาการถึงทุ่งหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม ย้อนกลับสู่ธรรมชาติ

แค่นี้จากอารมณ์ร้อนๆ เรื่องหงุดหงิดก็จะค่อยๆหายไป

ฮร้า~~~~~~~~~

ตัวอย่างเพลง

 คลิกเลือกโหลดเพลงทั้งหมด เก็บเอาไปฟังได้ที่ http://www.psychola.com/musix.html

ปล. เพลงเซ็ทนี้เป็นของ Mantovani

Tags: , , , , ,

Feb 09

by MheeCola 

จิตวิทยาในไทย

รวมลิงค์สถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับจิตวิทยา
พร้อมพรั่งด้วยลิงค์เว็บไซต์ทางการของสถาบันนั้นๆ
ตบท้ายด้วยสาขาวิชาจิตวิทยาที่มีให้เลือกเรียน

ระดับปริญญาตรี

1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/
มีวิชา จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

2.คณะศิลปศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ http://www.tu.ac.th/
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

3.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ http://psy.soc.ku.ac.th/fsocpsy/
มี จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาชุมชน จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาอุตสาหกรรม

4.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://hu.swu.ac.th/psych/

5.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการแนะแนว ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://edu.swu.ac.th/

6.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ศิลปากร http://www.educ.su.ac.th/program/programI.html

7.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เชียงใหม่ http://www.human.cmu.ac.th/~psycho/

8.คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.บูรพา http://www.huso.b uu.ac.th/

9.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการแนะแนวและจิตวิทยาการให้คำปรึกษา http://gep.buu.ac.th/index2.html
มี จิตวิทยาการปรึกษา

10.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.มหาสารคาม http://www.msu.ac.th/

11.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_1.asp
มี  จิตวิทยาสังคม, จิตวิทยาการบริการปรึกษาและแนะแนว, จิตวิทยาคลินิกและชุมชน, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, จิตวิทยาพัฒนาการ    

12.คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ทักษิณ http://www.tsu.ac.th/

13.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.พายัพ http://psycho.payap.ac.th/
มี จิตวิทยาการให้การปรึกษาและแนะแนว จิตวิทยาสังคม

14.คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.นเรศวร http://www.social.nu.ac.th/course.htm

15.วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ศิลปศาสตร สาขาวิชาจิตวิทยา  http://www.slc.ac.th/home/th/index.php?option=com_content&task=view&id=40&Itemid=42 
มี จิตวิทยาคลินิก จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาองค์การ

16.คณะศึกษาศาสตร์  ม.สงขลานครินทร์ http://eduit.pn.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=169&Itemid=140
มี จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว, การประถมศึกษา-จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว

17.คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว ม.ราชภัฏธนบุรี http://dit.dru.ac.th/home/001/index.php

18.คณะครุศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ 

19.คณะครุศาสตร์ สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว ม.ราชภัฏนครราชสีมา http://www.edu.nrru.ac.th/psychology/index.asp

20.คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว  ม.เกษตรศาสตร์ http://edupsy.edu.ku.ac.th/

ระดับปริญญาโท
1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/psy/branch.php
มี จิตวิทยาสังคม จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการปรึกษา จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

2.Graduate School of Psychology มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ http://www.grad.au.edu/py_program
มี Counseling Psychology

3. โครงการปริญญาโทจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ม.ธรรมศาสตร์ http://www.tu.ac.th/org/arts/psycho
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

4. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ http://www.slc.ac.th/home/th/index.php?option=com_content&task=view&id=59
มี จิตวิทยาประยุกต์

5. การศึกษามหาบัณฑิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒ http://hu.swu.ac.th/psych/curriculum/master.htm
มี จิตวิทยาพัฒนาการ

6. คณะศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร http://www.educ.su.ac.th/program/programIl.html
มี จิตวิทยาชุมชน (Community Psychology), จิตวิทยาการศึกษาพิเศษ (Special Education Psychology)

7.คณะมนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ม.เชียงใหม่ http://www.human.cmu.ac.th/~psycho/
มี จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ,จิตวิทยาการปรึกษา

8. บัณฑิตวิทยาลัย ม.บูรพา http://graduate.buu.ac.th/course.htm
มี จิตวิทยาการแนะแนว, พยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช

9. การศึกษามหาบัณฑิต ม.มหาสารคาม http://www.grad.msu.ac.th/
มี จิตวิทยาการให้คำปรึกษา

10. หลักสูตรปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_2.asp
มี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development ), จิตวิทยาครูการศึกษาพิเศษ (Psychology for Special Education Teachers), จิตวิทยาการพัฒนาการ, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ, จิตวิทยาการให้คำปรึกษา, จิตวิทยาคลินิกและชุมชน

11.คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร http://www.edu.nu.ac.th/
มี จิตวิทยาการแนะแนว (Courseling Psychology )

12. คณะศึกษาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ http://eduit.pn.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=170&Itemid=141
มี จิตวิทยาการศึกษา

13.คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.cued-research.com/
มี จิตวิทยาการศึกษา

14.คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
มี โึครงการปริญญาโท สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรม ภาคพิเศษ http://indpsy.soc.ku.ac.th/index.html
จิตวิทยาชุมชน
http://psy.soc.ku.ac.th/fsocpsy/community.html

ระดับปริญญาเอก
1.คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.psy.chula.ac.th/psy/branch.php
มี จิตวิทยาสังคมและพัฒนาการ จิตวิทยาการปรึกษา

2. หลักสูตรปริญาเอก คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง http://www.edu.ru.ac.th/aspfile/study_3.asp
มี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, จิตวิทยาให้คำปรึกษา, จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ

3.คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.cued-research.com/
มี จิตวิทยาการศึกษา

หมายเหตุ
- แก้ไขตกหล่น,แจ้งข่าวการศึกษาของหน่วยงานท่านเพิ่มเติม หรือแจ้งลิงค์เสีย ได้ที่ช่อง comment ข้างล่างขอรับ
- นอกจากนี้สามารถเข้าไปดูข้อมูลว่าสถาบันใดเปิดสอนอะไรบ้างได้ที่เว็บ http://www.cpathai.org/07/studying.html

หวังว่าลิงค์เว็บจิตวิทยาข้างบนนี้จะมีประโยชน์นะขอรับ สนุกกับการเรียนนะ!

Tags: , , , , , , , , , , ,