Feb 21

          ศิลปะเป็นศาสตร์ อย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างคุณค่าทางจิตใจได้เช่นกัน แม้บางครั้งคนที่วาดรูปนั้น อาจไม่มีความรู้ความชำนาญด้านศิลปะเลยก็ตาม แต่ลายเส้นและสีสันที่สะท้อนออกมา จากปลายพู่กัน ก็สามารถสร้างความสุขทางใจได้ พนักงานบริษัทบีบีดีโอ กรุงเทพ เอเยนซี่ด้านโฆษณา จึงร่วมกันจัดโครงการ “Brain Helping Brain Project” (โครงการสมองช่วยสมอง) แบ่งปันความรู้ความสามารถ

โครงการสมองช่วยสมอง

          เพื่อสร้างความสุขให้แก่เด็กพิการทางสมอง ที่ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา นอกจากจะเลี้ยงอาหารกลางวันมื้ออร่อยแก่น้องๆได้อิ่มหนำสำราญแล้ว พี่ๆชาวบีบีดีโอยังรวบรวมทีมงานเฟรมผ้าใบ สีอะครีลิก มาชวนน้องๆวาดรูปกันอย่าง สนุกสนานอีกด้วย พร้อมนำผลงานศิลปะที่เกิดจากจินตนาการของเด็กๆมาจัดแสดง ณ ลานกิจกรรมโซนฟอรั่ม ชั่น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

          นายสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ซีอีโอฝ่ายสร้างสรรค์บริษัทบีบีดีโอ บอกถึงที่มาของโครงการดีๆ แบบนี้ว่า เนื่องจากบริษัททำงานด้านโฆษณา เป็นครีเอทีฟที่ต้องใช้สมองฟุ่มเฟือยทุกวัน เพื่อคิดหาไอเดียให้ลูกค้า จึงคิดขึ้นมาว่า หากวันหนึ่งสมองเราหยุดคิดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็คิดถึงเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สมองมีความบกพร่องไม่สามารถคิดอะไรได้ จึงเลือกที่จะไปใช้เวลาอยู่กับน้องๆที่ศูนย์การเรียนรู้พิเศษประภาคารปัญญา ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกเด็ก พิการทางสมอง ที่แทบจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์การวาดรูปไปด้วย เพราะเชื่อว่า ศิลปะเป็นอาหารสมองและอาหารใจของน้องๆได้

โครงการสมองช่วยสมอง

          “โครงการสมองช่วยสมอง คือคนที่ใช้สมองฟุ่มเฟือยไปช่วยคนที่ไม่มีโอกาสได้ใช้สมอง อย่างน้อยก็ทำให้เห็นอีกด้านของชีวิต ผมได้วาดรูปกับ “น้องตั้ง” เด็กออทิสติก ที่เพิ่งหนีระเบิดมาจากใต้ ตอนช่วยกันวาดรูป ผมพยายามสื่อสารกับเขา แต่คุยลำบาก เพราะเหมือนเขาอยู่ในโลกตัวเอง การวาดรูปเหมือนเป็นการใช้ศิลปะบำบัดพวกเขา เราเองก็มีความสุข รูปที่ออกมาก็ดูสวยเป็นแอ็บสแตรก” นายสุทธิศักดิ์บอกเล่าถึง สิ่งที่ทำอย่างมีความสุข พร้อมมอบรายได้จากการจำหน่ายภาพวาดให้ศูนย์การเรียนรู้ พิเศษประภาคารปัญญา เพื่อเป็นทุนทรัพย์สำหรับช่วยเหลือเด็กพิการทางสมอง ต่อไปในอนาคต.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 20 ก.พ. 51  ไทยรัฐ

Tags: , ,

Feb 06

  เรื่อง : พี่หมีแห่งไซโคล่า 
ปรับปรุงใหม่จ้า

จีจ้า

เวลาขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ผมชอบดูทีวีบนรถไฟ ซึ่งมันมีแต่โฆษณา…..และส่วนใหญ่จะซ้ำๆกัน

แต่วันหนึ่ง ผมได้ดูเทรลเลอร์หนังอันนี้

psychola_video_4

      โค-ตะ-ระเท่ห์เลยคร้าบผม อย่างกับจาพนมเวอร์ชั่นผู้หญิงแน่ะ ขอคารวะนับถือความเก่งของจีจ้าจริงๆเลยขอรับ พอผมดูตัวอย่างหนังนี้ก็สนใจอย่างหนึ่ง คือ คำในหนังบอกว่า  ”สายเลือดยากูซ่า…กับผู้หญิงทรยศ…ให้กำเนิดเด็กพิเศษ…ออทิสติก…ความบกพร่อง หรือพรจากสวรรค์”

ภาพจากหนัง chocolate

     ในฐานะคนที่เรียนจิตวิทยาอย่างผม ก็สะกิดใจคำๆนี้และมีคำถามว่า  ”แล้วจริงๆ เด็กพิเศษที่เป็นออทิสติก จะเตะต่อย อะจ๊าก อะโจ๊ะ ได้แบบนั้นจริงหรือเปล่า”
     และแล้ว “สายเลือดจิตวิทยา…กับความสงสัย…ให้กำเนิดคำถามพิเศษ…ออทิสติก..เก่งต่อยเตะ…ตื่นตา….ได้จริงไหม” ผมก็ตัดสินใจเดินไปหาผู้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นคือจิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental Psychology) เป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับคนเริ่มตั้งแต่เกิดจนกระทั่งแก่ตายเลยครับ ผู้รู้ท่านนั้นคือ รองศาสตราจารย์ศิรางค์ ทับสายทอง ซึ่งเราจะไปถามอาจารย์ด้วยกันครับ
     ตึก ตึก ตึก………..เสียงเดินของผม
     แอ๊ดดดด เสียงเปิดประตู   
     ปัง เสียงปิดประตูของผม 
     ป๊าด เสียงตดของผม
     แสก แสก แสก เสียงผมเดินอย่างนอบน้อม    

     “เอ่อ..ไม่ทราบว่า โต๊ะอาจารย์ศิรางค์อยู่ทางไหนครับ” ผมถาม
     “ครูนี่แหละ อาจารย์ศิรางค์ มีอะไรจ้ะ”
     “โอ๊ะ จริงด้วย สวัสดีครับอาจารย์ ผมมีคำถามครับ คือ ผมเพิ่งได้ดูหนังตัวอย่างเรื่อง Chocolate เนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับเด็กพิเศษที่เป็นออทิสติกเธอเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ จะเตะจะต่อยได้หมด ผมเลยสงสัยว่ามันเป็นอย่างนี้ได้จริงหรือไม่?” ผมถามด้วยความหิวข้าว

ภาพจากหนัง chocolate

     “อืม…ครูคิดว่าเด็กออทิสติกก็มีความเป็นไปได้ที่จะเก่งกาจและมีความอัจฉริยะทางด้านร่างกาย ด้านการต่อสู้อะไรพวกนี้ได้แหละค่ะ เพราะอย่างออทิสติกที่เป็นอัจฉริยะในเรื่องอื่นๆก็อย่าง เช่น อัจฉริยะทางศิลปะ เช่น วาดภาพเหมือน อัจฉริยะด้านดนตรี เช่น เล่นเปียโนจากเพลงที่เคยฟังแค่ครั้งเดียว อัจฉริยะเรื่องการจดจำสิ่งต่างๆก็มีมาก เช่น เปิดหนังสือมาเล่มหนึ่งแล้วอ่าน 1 รอบ แล้วปิดหนังสือ และก็ให้เขาอ่านให้ฟังจากความทรงจำก็ทำได้ อัจฉริยะด้านการคำนวณ เช่น คำนวณปฏิทินล่วงหน้าหรือย้อนหลังได้ คำนวณสแควรูทได้ เป็นต้น นักจิตวิทยาจะเรียกออทิสติกที่มีอัจฉริยะเหล่านี้ว่า ซา-วองก์ (Savant) ค่ะ
     “ไม่ใช่ซา-แว้นเหรอครับ เหมือนกับที่ขี่มอ’ไซค์เล่นทั่วไป”  
     “ไม่ค่ะไม่ อ้อ ซึ่ง savant เป็นไม่ได้ทุกคนหรอกค่ะ เท่าที่พบก็มีประมาณ 10% ของออทิสติกที่พบค่ะ คือสมมติมีออทิสติก 100 คน จะมี 10 คนที่มีความสามารถและเป็น savant ค่ะ” อาจารย์ตอบ
     “แล้วถ้าสมมติสาวน้อยจีจ้าในเรื่องนี้เป็นออทิสติกจริงๆ แล้วเขาจะไปต่อสู้โลดโผนได้อย่างในหนังจริงหรือครับ” ผมยังสงสัยไม่หาย

ภาพจากหนัง chocolate

     “อ๋อ ครูคิดว่าก็น่าจะได้ค่ะ เพราะ สาเหตุอย่างที่บอกไปแล้ว แต่ออทิสติกคนนั้นก็จะเตะและต่อยได้ตามที่เขาเคยเห็นเท่านั้นค่ะ เขาจะไม่สามารถคิดหรือ create ท่าทาง และก็คิดแก้ปัญหาใหม่ๆ ในสถานการณ์การต่อสู้ที่แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากออทิสติกจะมีปัญหาทางด้านจินตนาการค่ะ เขาจะคิดอะไรที่เป็นนามธรรมไม่ได้ ทำให้เขาไม่สามารถคิดสิ่งใหม่ๆ นอกเสียว่าเขาจะเคยเห็นเคยดูมา ก็ยกเว้นไปค่ะ และนอกจากนี้ ออทิสติกก็จะจดจำทุกอย่างได้เหมือนกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอค่ะ”
    “แล้วออทิสติกนั้นมีปัญหาทางสติปัญญาหรือที่เรียกกันว่าปัญญาอ่อนหรือเปล่าครับ”
    “ตรงนี้ต้องย้ำความเข้าใจด้วยค่ะว่า ออทิสติกนั้นมีตั้งแต่คนที่ฉลาดมากๆ มี IQ สูงจนถึงขั้นอัจฉริยะไล่มาเรื่อยจนถึงคนที่มี IQ ต่ำจนถึงขั้นปัญญาอ่อนเลยค่ะ ซึ่งบางคนก็ฉลาดมากจริงๆ แต่เขาจะไม่รู้ว่าคนอื่นๆรู้สึกยังไง ทำให้เขาไม่เข้าใจจิตใจคนอื่นน่ะค่ะ…นี่คือลักษณะของออทิสติกค่ะ”
     “โอ้ เข้าใจ ออทิสติกมากขึ้นเลยครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์”
    “ยินดีค่ะ”

       จากที่ผมไปหาความรู้มาก็ได้ความมาว่า ออทิสติกมีความเป็นไปได้ที่จะเก่งเรื่องต่อสู้และการใช้ร่างกาย แต่เขาจะคิดเองใหม่ไม่ได้ครับ ตัวอย่างเช่น โจรกระโดดมาทางขวาแบบนี้จะต้องเตะท่าไหนดี หรือ มีโต๊ะตั้งอยู่แบบนี้จะเอาตัวสอดเข้าไปเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้หรือไม่ เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าออทิสติกจะคิดเองหรือทำอะไรไม่ได้เลยจนถึงขั้นเรียกว่าปัญญาอ่อน เพราะออทิสติกทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญญาอ่อนเสมอไปอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ

ภาพจากหนัง chocolate

    ผมไม่ได้มีเจตนาโจมตีหรือคิดไม่ดีต่อหนังเรื่อง Chocolate นะครับ แต่ผมกลับชื่นชมและขอปรบมือให้คนเขียนบทที่รู้จักนำเสนอบทหนังที่แปลกใหม่อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน และหนังก็ทำออกมาได้น่าสนใจมากขอรับ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ช่วยทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจออทิสติกมากขึ้นและสำหรับคนที่ได้อ่านบทความนี้ก็จะได้เข้าใจออทิสติกและเอาไปเล่าต่อได้อย่างถูกต้องนะขอรับ.

ขอขอบคุณ
รองศาสตราจารย์ศิรางค์ ทับสายทอง ขณะนี้ท่านเป็นอาจารย์ประจำสาขาจิตวิทยาพัฒนาการอยู่ที่คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ท่านจบปริญญาโทด้านการศึกษาพิเศษจาก University of Northern Colorado
ท่านมีความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการอารมณ์  บุคลิกภาพของคน, พัฒนาการของวัยผู้ใหญ่ทุกด้าน, ปัญหาพฤติกรรมเด็ก และเด็กพิเศษ

Tags: , , , , ,