Nov 10

6 นิสัยของสุขภาพจิตเสียที่ควรเลี่ยง

ที่มา คอลัมน์พักเติมยิ้ม วารสารคนขายแฮปปี้ดีแทค เดือนตุลาคม 2551

   

รูปภาพประกอบบทความ 6 นิสัยของสุขภาพจิตเสียที่ควรเลี่ยง psychola.com

  ใครที่อยากสุขภาพจิตดีละก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อไปนี้ซะ
1. ขี้ระแวง
     คนที่มีนิสัยขี้ระแวงนั้นเป็นคนที่ไม่เคยไว้วางใจใครเลย ใครจะทำอะไรจะคิดอไรก็นึกคิดไปว่าเขามีความประสงค์ร้ายกับตน คิดว่าใครๆไม่รัก ไม่นับถือ ระแวงว่าจะถูกทรยศหักหลัง ถ้าคุณเป็นเจ้านาย คุณก็จะระแวงว่างานที่มอบหมายให้ลูกน้องอาจจะทำไม่สำเร็จ ถ้าคุณมีแฟน ก็ระแวงว่าแฟนจะมีกิ๊ก

2.ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
     นิสัยไม่มั่นคงในตนเอง มักจะสร้างความทุกข์เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไรกันแน่ ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิตได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ นิสัยขาดความเชื่อมั่นในตนเองใช่ว่าเจ้าของนิสัยจะชอบ แต่ไม่อาจลบล้างความรู้นึกด้อยในใจตนเองได้ ทั้งที่ความรู้สึกนี้อาจไม่ใช่ความจริงก็ได้

3.มักกล่าวโทษผู้อื่นอย่างไม่รู้จบสิ้น
     ถ้าคุณเป็นคนที่คอยแต่โทษผู้อื่น เห็นว่าความผิดของคนอื่นนั้นยิ่งใหญ่เท่าผู้เขา เป็นความผิดที่ร้ายแรงที่ไม่มีวันที่จะให้อภัยได้ มองเห็นแต่ความไม่ดี ความไม่ถูกต้อง ความไม่เหมาะสมของคนอื่น โดยไม่ได้มองด้วยใจที่เป็นกลางและเป็นธรรมหรือมองด้วยเหตุผล ถ้าคุณมีนิสัยเช่นนี้ ย่อมจะทำให้คุณทนทุกข์และไม่มีความสุขอย่างแน่นอน

4.ชอบหลีกหนีปัญหา
     ด้วยการหาทางออกให้กับตนเองอย่างผิดๆ เช่น การดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด การเล่นการพนัน โดยคิดว่าการใช้สุรายาเสพติดจะเป็นการแก้ปัญหา แต่จริงๆแล้วกลับเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นไปอีก บางคนอาจเป็นลักษณะไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น พาลทะเลาะ ปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข มิหนำซ้ำกลับทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

5.มองโลกในแง่ร้าย
     คนที่คิดหรือมองคนอื่นในแง่ลบ มีชีวิตในแต่ละวันด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง มองผู้คนรอบตัวว่าเป็นศัตรูของตนเอง เป็นผู้ที่คอยทำลายตนเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนต่างก็เลวร้ายทั้งนั้น

6.หมกมุ่นอยู่กับความอาฆาตแค้น
     ชิงชัง ริษยา จิตใจเช่นนี้หาความสงบไม่ได้แน่ เพราะคอยแต่อาฆาตแค้น ไม่ยอมอภัยและคอยคิดทำร้าย มีทางใดที่จะเอาชนะหรือทำให้คนที่ตนเห็นเป็นศัตรูเดือดร้อนเจ็บปวดก็จะทำ ถ้าคุณมีนิสัยอย่างนี้ก็จะมีแต่ความทุกข์ร้อนไม่หยุดหย่อน

     จงสำรวจตนเองแล้วพบว่ามีนิสัยตรงกับข้อใดบ้าง ใช้ความซื่อสัตย์ต่อตนเองในการพิจารณา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรหาหนทางแก้ไขนะ ด้วยการปรับปรุงกาย ปรับปรุงใจเสียใหม่ มองโลกแง่ดี มองคนรอบข้างอย่างเข้าใจ เท่านี้ทุกคนก็จะเป็นคนที่มีความสุขและสุขภาพจิตดี มีแต่คนรักยังไงล่ะ.

ภาพประกอบบทความ 6 นิสัยของสุขภาพจิตเสียที่ควรเลี่ยง

Tags: , , ,

Sep 21

ฝากข่าวประสัมพันธ์หน่อยนะ  วันนี้มีข่าวในวงการจิตวิทยาเพิ่มมา นั่นก็คือ จะมีการจัดค่ายเพื่อให้น้องๆมัธยมปลายได้เข้าร่วมกัน รายละเอียดเป็นยังไงนั้น ติดตามด้านล่างได้เลย…


KU โลกจิต

ค่าย “KU-โลก-จิต”
ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2551 (ค้างคืน)
ค่าย KU-โลก-จิต เชิญชวนน้องๆระดับชั้นมัธยมปลายจำนวน 60 คนจากทั่วทั้งประเทศ ที่มีความสนใจในศาสตร์ทางด้านจิตวิทยา เข้ามาเรียนรู้ และทำกิจกรรมสนุกๆ ในรูปแบบที่เป็นจิตวิทยา  ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2551 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

ดาวน์โหลดใบสมัคร ที่นี่ arrowใบสมัครค่าย KU โลกจิต 

ผู้สนใจกรุณาเขียนประวัติผู้สมัครแนะนำตนเอง
- ชื่อ-สกุล
- ชื่อเล่น
- ที่อยู่
- วันเดือนปีเกิด
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล์
- สถานศึกษา , ระดับชั้น
- กิจกรรมที่เคยเข้าร่วม
- โรคประจำตัว
- การเเพ้อาหาร

พร้อมตอบคำถาม (จะตอบยาวเท่าไหร่ก็ได้) ไม่เน้นภาษาที่เป็นทางการแต่อย่างใด
1. ปัจจุบันกับปัญหาสภาวะโลกร้อน น้องๆคิดว่าจิตวิทยามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง

2. น้องๆคิดอย่างไรกับข่าว “นักเรียนม.ปลาย ฆ่าคนขับรถแท๊กซี่  เหตุเพราะอยากลองฝึกฆ่าเลียนแบบพฤติกรรมในเกมส์ ”

3. เพราะเหตุใดคุณจึงสนใจค่ายนี้ และทำไมคุณถึงคิดว่า คุณเหมาะสมที่จะได้รับคัดเลือกเข้าค่ายในครั้งนี้

4. โลกจิต ของน้องๆคืออะไร  และน้องคิดว่าในตัวของน้องมีความเป็น โลกจิต อย่างไร

** ตอบเสร็จแล้วส่งกลับมาที่   psychology_ku@hotmail.com
     - แนบประวัติ และคำตอบ พร้อมรูปถ่าย
     - กำหนดส่งตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2551
     - ประกาศรายชื่อน้องๆที่ผ่านการคัดเลือก 60 คน ภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2551  (ทางโทรศัพท์)
     - สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  พี่กอล์ฟ 089-447-8764   /  พี่พจน์  089-040-1350
ดูเพิ่มเติมที่ http://psychology-ku.hi5.com

Tags: ,

Feb 16

หาที่นั่งนุ่ม เอนตัว คลิกเล่นเพลง เสียบหูฟัง หลับตา และเพลิดเพลินกับบทเพลง

ฟังเพลงสบายๆ ผ่อนคลายๆ ได้ง่าย

ลองหาที่นั่งนุ่มๆ คลิกเล่นเพลง เอนตัว เสียบหูฟัง หลับตา แล้วเพลิดเพลินไปกับเพลง จินตนาการถึงทุ่งหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม ย้อนกลับสู่ธรรมชาติ

แค่นี้จากอารมณ์ร้อนๆ เรื่องหงุดหงิดก็จะค่อยๆหายไป

ฮร้า~~~~~~~~~

ตัวอย่างเพลง

 คลิกเลือกโหลดเพลงทั้งหมด เก็บเอาไปฟังได้ที่ http://www.psychola.com/musix.html

ปล. เพลงเซ็ทนี้เป็นของ Mantovani

Tags: , , , , ,

Feb 05

เรื่อง: พี่หมีแห่งไซโคล่า
รูป : veer.com 

“เรียนจิตวิทยาแล้วมีอาชีพอะไรบ้าง?” คำถามนี้เป็นคำถามที่วัยรุ่นถามบ่อยมากจนคุณสังเกตได้ วันนี้เรามีผลิตภัณฑ์ใหม่มานำเสนอนั่นคือ ครีมลดความสงสัย ตราไซโคล่า!

เอาละ ไร้สาระกันพอแล้ว คุณลองมาอ่านบทความแปลชิ้นนี้กันดีกว่า….

      เมื่อคนนึกถึงนักจิตวิทยา มักจะคิดถึงนักบำบัดที่เรียนมาสูงๆนั่งอยู่ที่ออฟฟิศหรูหรา หรือคิดถึงนักวิทยาศาสตร์หัวฟูๆในมือถือเข็มอิเล็กโตรดคอยจิ้มสมองเล็กๆหนูทดลองในห้องแล็บ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็จริง แต่เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของสิ่งที่นักจิตวิทยาทำ

     นักจิตวิทยาสามารถเข้าไปทำงานได้ในหลากหลายสาขาอาชีพมาก ถึงแม้ว่างานหลักใหญ่ๆจะอยู่ในด้านการบำบัดและการเรียนการศึกษา และส่งที่จะบอกต่อไปนี้คือกลุ่มงานที่คุณๆสามารถเลือกไปทำงานได้หลังจากที่ได้เรียนจิตวิทยา โดยทั่วไปแล้วควรจะจบปริญญาเอกแต่ก็มีบางสายงานที่จบปริญญาโทก็เพียงพอที่จะทำงานได้แล้ว

1.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษา (Clinician)

ภาพนักจิตวิทยาคลีนิกกับแบบทดสอบชนิดหนึ่ง

     กลุ่มนี้มักจะทำงานในโรงพยาบาล ไม่ก็ตามชุมชนต่างๆ หรือไม่ก็ทำเองส่วนตัวโดยใช้เวลาทำงานของตนเองทั้งวันในการอยู่กับผู้ที่รับการบำบัด โดยทั่วไปแล้วงานกลุ่มนี้จะต้องการการศึกษาระดับปริญญาเอกในทั้งสาขาจิตวิทยาคลินิกและจิตวิทยาการปรึกษา และควรจะได้เรียนเรื่องจิตพยาธิวิทยาและวิธีการรักษาต่างๆมาอย่างดี ในสหรัฐอเมริกาจะมีกลุ่มที่ทำงานแบบนี้ประมาณ 40-45% ของนักจิตวิทยาทั้งหมด

2.กลุ่มนักการศึกษา (Educator)

นักจิตวิทยาที่ทำงานด้านการศึกษาเช่น ครูแนะแนว ให้คำปรึกษานักเรียน หรือเป็นครูสอนจิตวิทยา

     ในสหรัฐฯ นักจิตวิทยามักจะเริ่มต้นทำงานกับด้านการศึกษาอยู่ประมาณ 40%  บางคนก็สอนจิตวิทยา บางคนก็ทำงานวิจัยและให้ดูแลโครงงานวิจัยของนักเรียนนักศึกษา แนะนำการทำวิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ของนักศึกษา และบางคนก็ทำวิจัยกันเอง อยู่ในห้องทดลองหรือที่อื่นๆ หลายคนในกลุ่มนี้ก็เหมาเอาหมดทุกงานตามที่ได้กล่าวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ

3.กลุ่มธุรกิจ (Business)

นักจิตวิทยาในองค์กรธุรกิจ ทำหน้าที่อย่างเช่น วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนในองค์กร ช่วยคิดแก้ปัญหาระหว่างกลุ่ม หรือทำงานในเรื่องเครื่องจักรกับคนงาน

     นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การที่ได้รับการฝึกฝน ได้รับการเทรนในแวดวงธุรกิจและการจัดการองค์กร คนกลุ่มนี้จะถูกว่าจ้างโดยองค์กรใหญ่ๆหรือบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการยศาสตร์(Ergonomic คือ การทำให้สถานที่ทำงานและเครื่องใช้ไม้สอยให้เหมาะสมกับผู้ที่ทำงาน) งานที่ได้ทำจะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจที่เข้าไปทำและความต้องการของบริษัทนั้นๆ แต่ก็ทำอยู่เกี่ยกวับการสัมภาษณ์งาน การจ้างคน การฝึกพนักงาน การเลื่อนขั้นพนักงาน การประเมินการสื่อสารระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มกัน และช่วยเหลือผู้บริหารในการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับลูกจ้างและนโยบายกฏเกณฑ์ต่างของพนักงานแม้ว่าเป็นสาขาเฉพาะที่กำลังเติบโตอยู่เรื่อยๆ แต่ทว่าในสหรัฐฯก็มีสัดส่วนแค่ 5% จากนักจิตวิทยาทั้งหมด

4.กลุ่มงานกีฬา (Sports)

นักจิตวิทยาการกีฬา

     นักจิตวิทยาบางคนก็ผสมผสานระหว่างด้านกีฬาที่ตนเองสนใจเข้ากับความรู้ทางด้านพฤติกรรมมนุษย์และแรงจูงใจต่างๆ ผู้ที่ทำงานสายอาชีพนี้มักจะทำงานเพียงกีฬาใดกีฬาหนึ่งไปหรือเจาะจงบางทีมไปเลยเพื่อศึกษาและช่วยให้ทีมพัฒนาได้ดีขึ้น เมื่อทีมอยู่ในสภาวะแรงจูงใจตก มีความกังวล ความกลัว และตอนที่มีเป้าหมายในการแข่งขัน

5.กลุ่มงานเทคโนโลยี (Technology)

จิตวิทยาช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคนและเทคโนโลยีต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์มันมีผลกระทบต่อคนอย่างไรบ้าง

     เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มงานใหม่ที่ตระหนักถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์จากจิตวิทยา นักจิตวิทยาจะมีบทบาทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เรื่องระหว่างคนกับเครื่องจักร คนกับสิ่งแวดล้อมการทำงาน คนกับเทคโนโลยี เป็นต้น หรือจะพูดอีกอย่างได้ว่า  นักจิตวิทยากลุ่มนี้จะศึกษาว่าเทคโนโลยีจะส่งผลอย่างไรกับเรา และเทคโนโลยีจะช่วยทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อย่างไร

6.กลุ่มงานอื่นๆ (Other)
     ผู้เขียนไม่สามารถระบุได้หมดว่านักจิตวิทยาสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะว่านักจิตวิทยาสามารถทำงานได้หลากหลายมากมาย บางคนก็ทำงานส่วนตัวเป็นพาร์ทไทม์และมีสอนบ้าง บางคนก็ทำการวิจัยในช่วงปิดภาคฤดูร้อนและก็เข้าสอนในช่วงเดือนอื่นๆ บางคนก็เอาความรู้จิตวิทยาไปใช้ในการอาชีพของตนเอง  งานใดที่ใช้คนก็ควรจะคิดถึงนักจิตวิทยาเข้าไปด้วย ยังไงก็ตามสิ่งที่นักจิตวิทยาควรจะเก่งๆเอาไว้คือ ศึกษาเกี่ยวกับด้านปัญญาการรู้คิด ศึกษาอารมณ์ และศึกษาพฤติกรรมคนนี่แหละ


      จิตวิทยาจะทำอาชีพอะไร มีหลายสีให้เลือก เท่ากับอาชีพหลากหลาย    ที่ได้อ่านไปก็คืออาชีพของนักจิตวิทยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็พอจะเป็นแนวทางที่น้องๆจะเอาไปตอบพ่อแม่ที่ถามมักจะถามว่า “จบจิตวิทยาแล้วทำอะไรเหรอลูก”
แต่…แล้วในเมืองไทยฟ้าใส ในน้ำมีปลาในนามีข้าวอย่างบ้านเราล่ะ
จิตวิทยามันทำอาชีพได้อย่างนี้จริงหรือ?
     คำตอบจากผมคือ จริง แต่บ้านเราจะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจและกลุ่มการศึกษามากกว่า เพราะ เนื่องจากเห็นได้ว่าจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การเป็นสาขาที่มีประชาชีสนใจตบเท้าเข้าไปเรียนมากที่สุดนั่นเอง! และเมืองไทยจะพบนักจิตวิทยาที่ทำอาชีพครูอาจารย์มากที่สุดด้วย!
     แล้วนอกจากนั้นก็มีหลายอาชีพให้นำความรู้จิตวิทยาไปใช้ หลากหลายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยาคลีนิก (เป็นชื่อเรียกสาขาหนึ่งในจิตวิทยา) นักจิตวิทยาคลีนิกเหล่านี้ชอบสิงอยู่ตามโรงพยาบาล เฮ้ย! คนนะไม่ใช่ผี นักจิตวิทยาสังคม (เป็นอีกสาขาหนึ่งเหมือนกัน)มักจะอยู่ตามบริษัทวิจัย วิจัยโฆษณาก็มีนะ คนพวกนี้ทำงานวิจัยได้ดีเลยทีเดียวขอรับ นักจิตวิทยาการปรึกษา (เป็นชื่อสาขาหนึ่งในจิตวิทยาอีกแล้ว) คนพวกนี้จะอยู่ตามโรง’บาล ไม่ก็โรงเรียน หรืองานที่เกี่ยวกับสังคม ช่วยเหลือผู้อื่น มูลนิธิต่างๆ นักจิตวิทยาอุตสาหะ..อ้อ เขียนไปแล้วนี่นา    
     และผมคิดว่าไม่มีอาชีพใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา เพราะ จิตวิทยาสามารถเอาใช้ได้ทุกที่ที่มี”คน”อยู่ ลองมาดูตัวอย่างหลุดโลกๆกัน เช่น แม้แต่ทำงานเกี่ยวกับส้วมๆก็ใช้จิตวิทยาได้ สมมติผมได้รับตำแหน่งเป็นพนักงานประจำส้วม ผมก็คิดแล้ว ว่าจะทำยังไงให้คนที่นั่งอึอยู่มีความสุขโดยไม่เสียเซลฟ์เวลาที่ตดเสียงดัง เพื่อให้คนตดลดความเป็นตัวตนลง (ลด Identity ลง) นักจิตวิทยาอย่างผมก็เลยเอาเสียงเพลงไปเปิดกล่อมในส้วมซะเลย ทีนี้จากเสียงเงียบๆในห้องน้ำ ก็กลายเป็นดนตรีอันไพเราะโดยที่มีเสียงปู้ดป้าดเป็นจังหวะประกอบเข้ากันได้อย่างลงตัวและเนียนเหมือนไม่มีเสียงตดเกิดขึ้น!!! คราวนี้คนนั่งอึก็จะได้ปลดทุกข์ได้อย่างหมดทุกข์อย่างสมบูรณ์    
     ทีนี้สำหรับคนที่จะมาเรียนจิตวิทยา ผมคิดว่าจิตวิทยาจริงๆมันเป็นวิชาที่กว้างมาก มันเลยเอาไปใช้ได้กว้างมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น คนที่อยากเรียนหรือกำลังเรียนจิตวิทยาอยู่ควรจะค้นหาว่าตนเองชอบจิตวิทยาสาขาอะไร แล้วมุ่งเน้นเพื่อเป็นคนเจ๋งๆ expert ทางสาขานั้นๆไปเลย จะดีมากครับ แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะปราศจากกับคำว่า “รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร” ก็จงหาตัวเองต่อไปนะขอรับ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องพูดอีกยาว ครั้งหน้าจะเอามาฝากกันนะขอรับ.    

อ้างอิง จาก Careers in Psychology เว็บ http://allpsych.com/education/careers.html

Tags: , , , , , , , , , ,

Jan 30

 เรื่อง : Canon in D, MUTH

จี๊ดจิตวันนี้พี่หมีรับเชิญคนเขียนมาใหม่ขอรับ

ขอชวนเธอมาเล่นเกมสัญลักษณ์
เกมเชิงจิตวิทยา ที่เคยคิดแล้วเอามาเล่นกัน
ไม่ใช่เกมจิตวิทยาหมู่…แน่นอน…
 
กติกาก็ง่ายมาก

เกมจิตวิทยาแทนตนเอง

อะหนึ่ง จิกเพื่อนมาล้อมวงกันซักไม่เกิน 10 คน ทำไมต้องไม่เกิน เพราะ ทุกคนจะได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงที่พูด ทุกคนต้อง”ฟัง”กันและกัน
อะสอง ให้ทุกคนคิดหาสัญลักษณ์ที่แทนตัวเองได้ดีที่สุดหนึ่งอย่าง
เช่นพวก สิ่งของ สัตว์ พืช ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ประมาณนี้
อะสาม เขียนใส่กระดาษ ส่งให้ Group Leader ไม่ใช่ cheer leader….
Group Leader ก็หยิบมาทีละแผ่น อ่านให้คนในกลุ่มฟัง
อะสี่ แล้วให้ทุกคนทายว่า อันนี้เป็นสัญลักษณ์ของใคร
 
พอพูดครบทั้งวง รวมถึงคนที่เขียนด้วย ก็เฉลยซะว่าแต่ละคนทำไมถึงแทนตัวเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
 
แค่นี้เอง (เกมนี้ยกเครดิตให้คุณเดียร์เป็นคนเริ่มคิด)
 
เกมนี้ เล่นไปทำไม?
อะหนึ่ง สอนให้รู้จักคิดและมองเข้าไปที่ตัวเองอย่างง่ายๆ
อะสอง ฝึกให้มีทักษะการฟังโดยฟังผู้อื่นจริงๆ ไม่ใช่แค่ได้ยินเฉยๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะที่คนที่จะเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา ควรจะมีที่ไม่ใช่แค่มีเฉยๆ แต่ต้องมีเยอะๆเลยล่ะว่างๆ ก็เอาไปเล่นดูสิ
จะได้รู้ว่าเพื่อนๆ มองเรา และเรามองเพื่อนๆ ยังไงบ้าง
อ้อ…คนที่เป็น Leader ควรมีทักษะการฟัง และก็สรุปสิ่งที่เพื่อนพูดมาให้เข้าใจได้พอสมควรนะจ้ะ

แต่ไม่แนะนำให้เล่นกะเพื่อนสนิทนะ เดี๋ยวไม่หนุก เพราะรู้ไต๋กันอยู่


เสริมก่อนจากกันเกี่ยวกับจิตวิทยาปรึกษา
จิตปรึก หรือจิตปึก หรือเรียกอย่างสั้นๆว่า จิตวิทยาการปรึกษา หรือเรียกว่า Counseling Psychology (อ่านว่า เค้าเซลลิ่ง นะจ้ะ)     
จิตปรึกต่างจากการแนะแนว (Guidance กายแด้นส์) เพราะ แนะแนวคือการแนะนำ แบบโช๊ะๆ ชี้นำไปเลย
แต่การให้บริการปรึกษา คือ ให้คำปรึกษาโดยคนที่ให้บริการจะทำหน้าที่เหมือนเพื่อนร่วมเดินทางที่ไม่ชี้นำ การให้คำปรึกษาเนี่ยมีหลากหลายแนวทางให้เลือกใช้ผสมผสานกัน อย่างเช่น แนวคิดของคุณฟรอยด์ (Freudian) และก็มีแนวคิดที่เชื่อมั่นในความสามารถมนุษย์ว่าคนเราเนี่ยคิดแก้ปัญหาเองได้ (Humanism)  นอกจากนี้ก็แนวคิดที่มองว่าคนที่มีปัญหาควรจะใช้เหตุผลและอารมณ์ที่มันใช่ที่มันถูกต้องต่อเหตุการณ์หนึ่งๆอย่างเหมาะสม เรียกว่า (Rational Emotive Behavior Therapy)ไปใช้บริการการปรึกษาเพื่ออะไร
อะหนึ่ง เพื่อให้เธอสบายใจ ลดความเครียด โล่ง ปลอดโปร่งทั้งหัวสมองและอารมณ์
อย่างเช่น ตอนที่เธอมีปัญหา เธอก็จะได้จัดการกับอารมณ์แย่ๆเหล่านั้นให้ออกไปได้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี
อะสอง เพื่อให้เธอได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดี จิตใจงอกงามเติบโตเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งยังไงยังงั้น

ลองไปใช้บริการการปรึกษาแบบนี้ดูสิ บางทีปัญหาของเธอก็อาจเกินความสามารถของเพื่อนที่เธอขอคำปรึกษาอยู่ก็ได้นะ.

Tags: , , , , , ,

Jan 17

วันนี้มีวิดีโอมาให้ดูอีกแล้ว ดูก่อนแล้วค่อยอ่านข้างล่างนะครับ

psychola_video_4

เป็นไงครับน้องๆ วิดีโอที่พี่หมีเอามาให้ดู ฮาดีมั้ยล่ะ?
ว่างๆก็ไปทดลองเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนได้นะครับ
แต่ถ้าเพื่อนมันสงสัยว่า เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไง?
น้องก็ลองอ่านคำอธิบายข้างล่าง แล้วเอาไปบอกได้เลย

ครับผม ก่อนอื่นก็อยากให้น้องๆลองหันไปรอบๆตัวดูสิครับ ….(หันดูสิ)…..จะเห็นว่ารอบตัวน้องๆเนี่ย มีอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดเลย ซึ่งเราไม่สามารถที่จะใส่ใจกับทุกสิ่งได้ครบหรอกครับ เพราะ ถ้าใส่ใจกับทุกอย่างมันจะทำให้เราคิดและทำสิ่งต่างๆได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น จริงป่ะล่ะ?
กระบวนการทางจิตของเราก็เลยเลือกเอาเฉพาะสิ่งที่เราสนใจเท่านั้น แต่บางทีก็ทำให้ข้อมูลมันตกหล่นได้
ยกตัวอย่างเช่น เกิดการตกหล่นของภาพที่เรามอง จึงทำให้ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งแบบนี้นักจิตวิทยาเรียกกันว่า ปรากฏการณ์ Change Blindness (มองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง)

อยากรู้ไหมว่าเกิดขึ้นได้ยังไง?
จะอธิบายแบบให้เห็นเป็นภาพละกันนะครับ ลองจินตนาการว่าน้องมีตะกร้าใบใหญ่ใบหนึ่งเปรียบเสมือนเป็นตะกร้าเก็บความจำภาพระยะสั้น (Short-term visual storage)
แล้วก็มีอุปกรณ์เล่นกีฬาอยู่หลายแบบ เช่น ลูกฟุตบอล ลูกวอลเล่ย์บอล ลูกเทนนิส ลูกบาส ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นข้อมูลภาพแบบต่างๆ
สมมติน้องชอบเล่นวอลเลย์บอล น้องก็จะใส่ใจกับมันเป็นพิเศษ แล้วน้องก็โยนมันลงไปในตะกร้า ซุบ! ลงตะกร้าพอดีเลย!
แต่พวกลูกกลมๆอื่นๆ น้องก็โยนแบบอย่างงั้นแหละ ไม่ค่อยใส่ใจ บางลูกก็อาจจะกระเด้งออกจากตะกร้าและตกหล่นหายไปบ้าง
แล้วทีนี้พอคุณครูให้โชว์ว่าเก็บลูกอะไรได้บ้าง แล้วเอามาเทียบกับคุณครู ซึ่งตรงนี้เปรียบเสมือนสิ่งต่างๆหรือมีเหตุการณ์ต่างๆที่มันเปลี่ยนแปลงไป
เอาล่ะสิ น้องๆก็ไม่มีลูกบอลแบบอื่นๆเอาไว้เทียบกับคุณครู ก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรแบบไหน งงไปหมด เพราะ ข้อมูลภาพอื่นๆและรายละเอียดต่างๆมันก็ตกหล่นหายไปจาก Short term visual storage ไปซะแล้ว

อยากรู้ไหมว่ารายการทีวีนี้เอามาจากการวิจัยอะไร?
ครับผม รายการทีวีที่ให้ดูไป เขาดัดแปลงมาจากการทดลองที่เริ่มโดยคุณพี่ Simons และคุณพี่ Levin (ในปี ค.ศ.1998) คุณพี่เขาได้ออกแบบการทดลองเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องการรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ซึ่งมันก็เกิดเจ้าปรากฏการณ์ Change Blindness นี้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ น้องๆลองคิดต่อดูสิครับว่าจะเอาไปเล่นกับเพื่อนๆแบบไหนดี ลองคิดวิธีแล้วโพสต์ comment ให้พี่หมีรู้หน่อยสิครับ ฮาฮาฮ่า

ขอขอบคุณ
▼ Show me! ▼

Tags: , , , , , ,

Jan 16

สำหรับน้องๆหรือใครก็ตามที่อยากรู้ว่าจิตวิทยาปรึกษาเขาทำกันอย่างไร หรือคนกำลังมีปัญหาอยากให้ช่วยเหลือทั้งเบาและหนัก ลองมาร่วมกิจกรรมนี้ดูสิ

เติมเต็มชีวิตด้วยจิตวิทยา

โครงการ เติมเต็มชีวิต ด้วยจิตวิทยา
(เสวนา/ปรึกษากลุ่ม-บุคคล/Hotline)
จัดโดย: จิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ร่วมกับ สสส. เปิดบริการอบรม ให้คำปรึกษาและHotline


โครงการเติมเต็มชีวิต ด้วยจิตวิทยา โดยโครงการ ป.โทจิตวิทยาการปรึกษา จับมือ สสส. มอบของขวัญปีใหม่ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและความพอเพียงแก่บุคคลทั่วไป
เปิด 3 บริการสังคม (เสวนา-ให้คำปรึกษา-Hotline)
เสวนาเริ่มด้วยเสวนาความรู้ความเข้าใจจิตวิทยาเติมเต็มชีวิต(รวม 4 หัวข้อ)
เสวนาครั้งที่ 1ขาดสุข…เติมอย่างไรจึงจะพอ: ชีวิตไม่เคยพอเพียง ยิ่งได้มากยิ่งขาดแคลน” วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 51 ห้องศศ. 301 ตึกเรียนศิลปศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เสวนาครั้งที่ 2ขาดรัก…เติมอย่างไรจึงจะพอ? : ความรักสร้างปัญหาสังคม? รักไม่มีคำว่าพอ” วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ณ ห้อง SC 204 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
เสวนาครั้งที่ 3  “ขาดคุณค่า: วิกฤติศรัทธา ตัวตนที่หายไป” วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ห้อง ศศ.301 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เสวนาครั้งที่ 4 “เติมเต็มชีวิต: พอเพียงอย่างไร มีความสุขและมีความหมาย”วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2551 เวลา 12.30-16.00 น. ห้อง ศศ.301 ตึกศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
รับจำนวนจำกัดหัวข้อละ 50 ท่านเท่านั้น
สอบถาม/สำรองที่นั่งที่ คุณปาล์ม 081-438-3269 และคุณพีซ 081-458-0226

:-)

และพิเศษ ! กับ 2 บริการต่อเนื่อง คือ การปรึกษาแบบกลุ่มหรือเดี่ยวและ เปิดสาย Hotline สายด่วนบริการให้คำปรึกษา สำหรับท่านที่สนใจประยุกต์หลัก ความรู้ความเข้าใจจิตวิทยาสู่การปฏิบัติ หรือต้องการคลี่คลายปัญหา และพัฒนาตนเอง โดยการปรึกษาแบบกลุ่ม จัดรุ่นแรก วันที่ 2 ก.พ.51 และรุ่นที่ 2 วันที่ 9 ก.พ.51นี้ (รับสมัครทั้งหมด 4 รุ่น) สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ากลุ่มสามารถรับบริการ ปรึกษารายบุคคล นัดพบในวันเวลาราชการหรือโทรเข้ามารับบริการที่เบอร์ Hotline 083-078-3949 (เปิดสาย15 มกราคม- 31มีนาคม 51 เวลา13.00-22.00 น.)เข้าร่วมฟรี!!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ การ การ!

 

เนื้อหาข่าว
อ่านเพิ่มเติมที่นี่ ▼ Show me! ▼

สงสัยใช่ไหมว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง
คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ ▼ Show me! ▼

เติมเต็มชีวิตด้วยจิตวิทยา

Tags: , , , , ,

Jan 08

คอลัมน์ อ่านจิต ครั้งที่ 1 : เจาะจิตวิทยา

 หน้าปก เจาะจิตวิทยา introducing psychology

ชอบอ่านหนังสือกันบ้างไหม? (ตอบดิ๊)    เคยถามตัวเองไหมว่าทำไมชอบหรือไม่ชอบ? (ตอบดิ)
แล้วมันมีเหตุผลอะไรบ้างล่ะที่จะชอบหรือไม่ชอบ? (ตอบสิ)    แล้วทำไมคนอื่นๆถึงบอกว่าให้อ่านหนังสือ? (ตอบจิ)
อ่านหนังสือมันดีตรงไหน? (ตอบยัง)   ก็มันดีน่ะเซ่ เขาถึงให้อ่าน    พี่หมีบ่นอะไรไปเนี่ยยยย!….

อ้อ สวัสดีครับทุกคน
พบกับพี่หมีอีกแล้ว แต่พี่หมีมีคอลัมน์เปิดใหม่จ้ะ
นั่นก็คือ คอลัมน์ “อ่านจิต” พี่หมีจะแนะนำหนังสือมาให้อ่านกันครับผม เพื่อช่วยให้น้องๆจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเลือกอ่านหนังสือที่พี่หมีไปไม่ได้แนะนำ ฮ่าๆๆ

ไหนๆเว็บไซโคล่าที่นี่ก็เป็นเว็บที่เกี่ยวกับจิตวิทยาแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นที่พี่หมีจะบอกหนังสือที่เกี่ยวกับจิตวิทยาเช่นกัน
น้องๆเคยรู้จักจิตวิทยาอย่างจริงๆแล้วหรือยัง รับรองว่ายังเกือบ 100%

พี่หมีขอแนะนำ ซุปเปอร์อุลตร้าสลิมเบลท์เข็มขัดลดกระชับสัดส่วน เย้ย!!! ไม่ใช่ เอาใหม่ๆ
พี่หมีขอแนะนำให้ไปซื้อหนังสือ “เจาะจิตวิทยา” ของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก เอามาอ่านกันนะจ้ะ เพราะข้างในมันมีเรื่องการแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยา เหมาะกับคนที่สนใจจะเรียนต่อทางด้านนี้ หรืออยากมีความรู้แบบเบสิ้คเบสิคเพื่อเอาไปปรับใช้ในชีวิต 
หนังสือนี้เหมาะกับวัยรุ่นอย่างคุณน้องด้วยนะ เพราะมีภาพประกอบให้ทุกหน้าเลย ช่วยให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ

พี่หมีเอาตัวอย่างเนื้อหาในหนังสือเจาะจิตวิทยามาให้ดูก่อนตัดสินใจด้วย

 ตัวอย่าง เจาะจิตวิทยา
เกี่ยวกับหนังสือ
ชื่อเรื่อง :
เจาะจิตวิทยา เปิดเผยความเป็นมาของศาสตร์ที่ศึกษาพฤติกรรมและจิตใจของมนุษย์(Introducing Psychology)
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก
ผู้แต่ง : Nigel C. Benson
ผู้แปล : ดร.กลุยา พิสิษฐ์สังฆการ และ สมบุญ จารุเกษมทวี
ราคาปก : 200 บาท
ISBN : 9789749988183
หาซื้อได้ที่ :
▼ Show me! ▼

Tags: , , , , ,

Dec 28

psychola_logoเกี่ยวกับเว็บไซต์ psychola.com
วัตถุประสงค์
เป็นสถานที่ที่รวบรวมบทความและสื่อมัลติมีเดียต่างๆซึ่งเกี่ยวกับจิตวิทยาและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังรับฟังความคิดเห็น (comments) และปัญหาต่างๆที่วัยรุ่นถามมา ซึ่งทีมงานจะเอาคำถามไปหาคำตอบให้ได้

กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-25 ปี กลุ่มเป้าหมายรองคือประชาชนทั่วไป

มีความคิดริเริ่มมาจากนิสิต นักศึกษาทางด้านจิตวิทยาที่ต้องการถ่ายทอดความรู้ทางด้านจิตวิทยาให้คนทั่วไปรับทราบและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ติดต่อเว็บไซต์ที่ contact@psychola.com

Tags: , , , ,